ReadyPlanet.com
dot
bulletคลิปน้ำท่วมไทย
bulletพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต
bulletค้นหาไปรษณีย์/EMS
bulletDictionary
dot
Inside 9anant
dot
bulletเว็บบอร์ด/เวทีความคิด
bulletส่งบทความลงเว็บไซต์
bulletบ้านคนรักสุนทราภรณ์
bulletรินนาบูติก RINNA BOUTIQUE
dot
บทความ
dot
bulletสงคราม ไม้เรียว และเพื่อน
bulletเขาหาว่าผมหลบหนีสังคม
bulletสังคมไร้คุณธรรม
bulletทำบุญเข้าพรรษา
bulletจดหมายถึงส้ม
bulletฤๅว่าชู้สาว
bulletเด็กแนว ตอนที่ ๑
bulletเด็กแนว ตอนที่ ๒
bulletคำนึงอดีต ภาค ๑
bulletคำนึงอดีต ภาค ๒
bulletคำนึงอดีต ภาค ๓
dot
ไดอารี่ที่เปิดเผย
dot
bulletเม็ดทรายที่ก้นอ่าว
bulletมุมมืดแห่งทะเลน้ำใจ
bulletเด็ก กับ วัด
bullet เธอชื่อ.......สายฝน
bulletบุญพาไป
bulletแด่แม่ใน้ผู้จากไป
dot
ภาพ-คลิปท่องเที่ยว
dot
bulletอัมพวาสมุทรสงคราม
bulletเมืองสุพรรณยันสามชุก
bulletภาพเที่ยวเมืองโบราณ
bulletรวมคลิปอยากให้ดู
bulletบ้านลัดนัน
bulletเพื่อนแท้
bulletบีม บอส บิว
bulletความทรงจำ
bulletอัลบั้มรวม
dot
คลิปขนมไทย
dot
bulletวิธีทำลูกชุบ
bulletฝอยทอง
bulletขนมสัมปันนี
bulletขนมครก
bulletขนมถ้วย
bulletขนมต้มใบเตย
bulletขนมต้มขาว
bulletขนมชั้น
dot
VDO น้ำพริก
dot
bulletน้ำพริกนครบาล
bulletน้ำพริกกะปิ
bulletน้ำพริกมะขามสด
bulletน้ำพริกมะม่วง มะดัน
bulletน้ำพริกกระท้อน
bulletน้ำพริกปลาย่างแมงดา
bulletน้ำพริกพริกไทยสด
bulletน้ำพริกไข่ปูทะเล
bulletน้ำพริกลงเรือ
bulletน้ำพริกอ่อง
bulletน้ำพริกเต้าเจี้ยว
dot
ราชการ
dot
bulletตรวจสลากล็อตเตอรี่
bulletราคาประเมิน
bulletสำนักงาน กพ.
dot
Oldies Music Video
dot
bulletNeil Young, Eagle Live
bulletEric Clapton/BB King
bulletGrand Funk/Deep purple
bulletThe Venture / Cliff Richard
bulletOldies Song
bulletBlue Brathers
bulletBlue Brathers
bulletJim Reeves/Garth Brooks
bulletBB King /Eric Clapton
dot
พักผ่อนหย่อนใจ
dot
bulletเที่ยวไปกับ ขสมก.
bulletศูนย์ฯ ฝึกอบรมทองผาภูมิ
bulletการเท่องเที่ยว (ท.ท.ท.)
bulletเที่ยวกับการรถไฟ
bulletท่องเที่ยวตกปลา
dot
กีฬา
dot
bulletผลฟุตบอลวันนี้
bulletHotleague
bulletสยามสปอร์ต
bulletอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์
dot
Newsletter

dot


เล่าเรื่องเที่ยวแบบง่าย ๆ สไตล์ของคุุณเอง
พาเที่ยวตลาดน้ำ ในประเทศไทย
ร้านอาหารประทับใจ
ตลาดน่าเที่ยวทั่วไทย
คบกันมาสี่สิบกว่าปีมิตรภาพมากมายที่ควรแก่การจดจำ
มิตรภาพชีวิตใน อผศ.


อาหารการกิน....รายสัปดาห์ article

คอลัมน์นี้คุยเฟื่องเรื่องอาหาร
 
ดูแลโดย : กำนันถึก
Email :
Mr.bean@thaiveterans.com

...........................

รายการอาหารที่เคยแนะนำ
ยำใบบัวบกปลาทูทอด
ถ้าพูดถึง “ใบบัวบก” เรามักจะคุ้นเคยกับน้ำใบบัวบกที่กินแก้ช้ำใน กระหายน้ำ ซึ่งมีขายตามตลาดทั่วไป หรือแถวมุมของอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิก็มีขาย   ใบบัวบกยังกินเป็นผักสดกับน้ำพริก ขนมจีน หรือยำต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี คราวนี้เรามาลองเอาใบบัวบกมายำกับปลาทูทอดบ้าง คงได้สรรพคุณทางโภชนาการหลายอย่าง
เครื่องปรุงที่จะต้องซื้อ
ใบบัวบก  ปลาทูสดหรือปลาทูที่นึ่งแล้ว  หอมแดงซอย  ผักกาดหอมและมะเขือเทศสีดาเอาไว้ตกแต่งในจาน     
น้ำยำ
พริกขี้หนูสวน   กระเทียม    น้ำมะนาว  น้ำปลา   น้ำตาลทราย
วิธีทำ
เตรียมปลาทู  ถ้าเป็นปลาทูสด ให้เอาเหงือกพร้อมกับควักไส้ปลาทูออก ล้างให้สะอาด นำไปนึ่งประมาณ 20 นาที หรือจนสุก ยกลง ผึ่งให้หนังปลาทูแห้งจึงทอดในน้ำมัน  แต่ถ้าเป็นปลาทูนึ่ง  ถ้านึ่งอีกครั้ง ก็น่าจะดีเพราะเขานึ่งมาตั้งแต่ตอน ตี 1 แล้ว  แล้วก็ผึ่งตามกรรมวิธีเหมือนปลาทูสด   จึงนำไปทอด  เมื่อทอดเสร็จ   ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน   แกะเอาแต่เนื้อปลาเป็นชิ้นล้วน ๆ  ที่เหลือเอาไว้เป็นอาหารแมวได้ ทำน้ำยำ โขลกระเทียมและพริกขี้หนูเข้าด้วยกันให้ละเอียด  ใส่น้ำมะนาว  น้ำปลา  น้ำตาลทราย  คนให้เข้ากัน ชิมเอารสที่ตนเองชอบใส่เนื้อปลาทูทอดลงในอ่างผสมกับน้ำยำ ค่อย ๆ เคล้าให้ทั่ว ใส่ใบบัวบก หอมแดง เคล้าเบา ๆ ให้เข้ากันอีกครั้งตักใส่จานที่รองด้วยผักกาดหอม และแซมด้วยมะเขือเทศสีดา แค่นี้ก็น้ำลายไหลแล้ว  ได้เบียร์สักขวดก็ยิ่งดีใหญ่

ยำน้ำปลา/ปลาอินทรีย์ทอด
ถ้าพูดถึงน้ำปลา คงไม่มีใครไม่เคยทาน วันนี้เรามาลองทำยำน้ำปลาทานกับปลาอินทรีย์ทอด พร้อมข้าวสวยร้อน ๆ คงถูกใจท่านที่ชอบทานปลาพร้อมแล้วเรามาเตรียมเครื่องปรุงกันเลย เฃิญคลิกเม้าส์เข้ามาดูจะรู้ว่าอร่อย เป็นประโยชน์แก่สุขภาพครับ

 

สิ่งที่คุณต้องเตรียมครับ
     - ปลาอินทรีย์สด 1 - 2 ชิ้น แล้วแต่ปริมาณคนที่ทาน
     - น้ำปลา เลือกเอาน้ำปลาที่ตัวเองชอบ
     - หอมแดง
     - กระเทียม
     - พริกขี้หนู
     - ตะไคร้
     - ใบมะกูด
     - มะนาว
     - น้ำตาลทรายขาว
     - ผักหอมและมะเขือเทศ เอาไว้ตกแต่งจานที่ใส่ปลา
วิธีทำ
- เริ่มจากทำยำน้ำปลาก่อน ซอยหอมแดง กระเทียม พริกขี้หนู ตะไคร้ ใบมะกูด(สำหรับตะไคร้ กับ ใบมะกูด ซอยให้เป็นฝอย ๆ บาง ๆมาก ๆ)
- เทน้ำปลาใส่ถ้วย (กะดูให้เหมาะสมกับจำนวนปลาที่ทอด) ก็ราว 1 ใน 3 ของถ้วยน้ำพริก
- ใส่น้ำมะนาว น้ำตาลทรายขาว คนให้เข้ากัน ลองชิมดูให้ได้ 3 รส หรือรสที่ตัวเองชอบ
- นำของที่ซอยทั้งหมด ยกเว้นใบมะกูด ใส่ลงในถ้วย คลุกเคล้าให้เข้ากัน
- โรยด้วยใบมะกูด (อย่าใส่ใบมะกูดมาก เพียงแต่โรยให้มีกลิ่นใบมะกูดก็พอ)
เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำยำน้ำปลา
- ขั้นตอนต่อไป นำปลาปลาอินทรีย์สด (ไม่ต้องใส่เกลือ ไปทอดในกระทะที่ร้อนจัดพอสมควร
- เมื่อใส่ปลาลงไปแล้ว ให้หรี่ไฟในเตาลง เพื่อให้ปลาสุกได้ทั่วถึง  เมื่อได้ที่แล้ว
ตักใส่จาน
- ตกแต่จานด้วยผักหอม กับมะเขือเทศ พร้อมยำน้ำปลาที่ทำไว้แล้ว ทานกับข้าวสวยร้อน ๆ แกล้มด้วยผักสดจะเป็น แตงกวา ผักชี ถั่วฝักยาวหั่นเป็นทอน แล้วลวก ก็ได้ทั้งนั้น

 

*** หากจะมีน้ำแกงซดให้คล่องคอ ก็น่าจะเป็น แกงจืดตำลึง หมูสับ 
เท่านี้ก็น่าจะเป็นมื้อที่อร่อยอีกมื้อ เขียนมาก็นึกอยากจะทานขึ้นมาทีเดียว   

........................

มาทานอาหาร  ปลา  กันเถอะ
หลังจากที่มีงานหลายงานเข้ามา ไม่ว่างานหลวงหรืองานราษฎร์ยังไม่ได้แนะนำเมนูใหม่เลย นึกถึงอาหารที่มีประโยชน์และไม่มีไขมันมากนักก็ไม่พ้นเรื่อง ปลา ที่ให้คุณค่าอาหารอย่างมากต่อร่างกาย เรามาลองอาหารปลาสักวัน อาหารแนะนำวันนี้เป็น ปลาช่อนแช่น้ำปลา

 

มาทานอาหาร  ปลา  กันเถอะ

หลังจากที่มีงานหลายงานเข้ามา ไม่ว่างานหลวงหรืองานราษฎร์ยังไม่ได้แนะนำเมนูใหม่เลย นึกถึงอาหารที่มีประโยชน์และไม่มีไขมันมากนักก็ไม่พ้นเรื่อง ปลา ที่ให้คุณค่าอาหารอย่างมากต่อร่างกาย เรามาลองอาหารปลาสักวัน อาหารแนะนำวันนี้เป็น

ปลาช่อนแช่น้ำปลา

เริ่มแรกมาเตรียมเครื่องปรุงกันเลย
เริ่มจาก ปลาช่อน 1 ตัว น้ำหนักก็ราว ๆ 1 กิโลกรัมเศษ น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา น้ำปลา 1 ถ้วย น้ำมัน 4-5 ถ้วย

วิธีทำ
     1.ขอดเกล็ดปลาช่อน ตัดหัว ผ่าท้อง ควักไส้ เลาะก้างออก ล้างให้สะอาดหั่นเป็น4 ชิ้น (ถ้าไม่อยากทำปลาเอง ก็ให้แม่ค้าที่ตลาดจัดการตามที่บอกก็ได้)
       2.ผสมน้ำตาล และน้ำปลาเข้าด้วยกัน แช่ปลาช่อนไว้ประมาณ 30 นาที
      3. ใส่น้ำมันในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน ทอดปลาให้เหลือง แล้วตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จากนรับประทานกันน้ำจิ้ม

 

ส่วนประกอบของน้ำจิ้ม
      พริกขี้หนูซอย 5-6 เม็ด หอมแดงซอย 2 หัว น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา น้ำมะนาว 1-2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ  ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดเข้าด้วยกัน ก็จะได้น้ำจิ้มไว้ทานกับปลา
แล้วตามด้วยข้าวสวยร้อน ๆ รับรองอร่อยแน่
    ยังมีสูตรยำน้ำปลาอีก จะได้แนะนำต่อไป

....................................

รายการอาหารสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

ปูดอง 

          เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวที่จังหวัดจันทบุรี  มีเพื่อน ๆ รุ่นเก่า ๆ ร่วมเดินทางไปด้วย นับว่าหาโอกาสรวมตัวกันได้ยาก  แต่เมื่อมีโอกาสเช่นนี้ ก็ทำให้บรรยากาศครึกครื้น สนุกสนาน ลืมอายุตัวเองไปเลย พวกเรามักชอบเดินทางไปตามจังหวัดต่าง ๆ ไปร่วมทำบุญด้วยกัน  ไปเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ  และหาอาหารที่อร่อย ๆ กินกันตามประสาคนชอบกิน  ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนตำบลใด  เราจะไป และหากว่าที่ที่ไปพักนอน มีเครื่องไม้เครื่องมือที่จะเป็นอุปกรณ์ทำอาหารได้  เราก็จะต้องแสดงฝีมือกัน ส่วนใหญ่ทำกับข้าวเป็นกันเกือบทุกคน และอาหารที่พวกเราอยากจะไปทำกินกันในเย็นวันนั้น ก็คือ "ปูดอง" ดองด้วยปูม้า (ส่วนใหญ่ชอบกินปูม้า  เพราะราคาจะถูกกว่าปูทะเล  หากเป็นปูทะเล  เนื้อปูจะกินยากหน่อย  ราคาก็แพงกว่า)   แต่เนื่องจากเป็นหน้าฝน หาปูได้ยาก
 เราจึงไม่มีปูที่จะทำ ในเย็นวันนั้น   แต่อย่างไรก็ตาม  ถึงไม่ได้กิน  ก็อยากเล่าถึงวิธีทำ  "ปูดอง"  สูตรของผมให้ผู้ที่อยากทำกินกันที่บ้าน ได้ทดลองทำดู

 

          เริ่มจากซื้อปูม้ามา  (มากน้อยก็ดูตามจำนวนคนที่กิน  บางคนชอบกินมากตัวเดียวคงไม่พอ   บางคนไม่ชอบกินแต่พอทำเสร็จ   เห็นตักเข้าปากไม่หยุด  ยิ่งกว่าคนที่ชอบกินเสียอีก   เป็นงั้นไป)  เลือกซื้อปูที่สด ๆ ใหม่ ๆ  (หากให้ดี น่าจะไปตอนเช้าตรู่ที่ตลาดสมุทรปราการ จะมีของทะเลวางขายมากมาย และมีของทะเลอย่างอื่นให้เลือกซื้อได้อีกด้วย)  ปูที่ซื้อตามตลาดแถวบ้านเป็นปูแช่เย็น ความสดมีไม่มาก แต่ก็พอกินได้   เมื่อได้ปูมาแล้ว แกะกระดองออก (กระดองปูจะมีมันปูติดอยู่  เวลาแกะต้องค่อย ๆ แกะ โดยแกะให้มันปูติดกับกระดอง   และแยกเอาไว้)  เอานมปูออกและทิ้งไป   นำตัวปูมาล้างน้ำสัก สองสามครั้ง  และล้างกระดองปูที่ได้แยกเอาไว้ด้วย (อย่าให้มันปูหลุดออกไปจากกระดอง)  เมื่อล้างเรียบร้อยแล้ว นำปูและกระดองปูมาเรียงไว้ในอ่างอีกครั้งหนึ่ง  (อ่างล้างปูไม่ต้องใหญ่นัก  ถ้ามีกระดองปูมากหลายอัน ให้แยกใส่อ่างตากหาก)  แล้วนำน้ำโซดาที่กินกับเหล้ามาเทใส่ในอ่างที่ใส่ปูและกระดองปูที่แยกไว้   ต้องใช้โซดาประมาณ2 - 3 ขวด  แล้วแต่ปริมาณตัวปูและกระดองปูในอ่าง  เพียงแค่ให้น้ำโซดาท่วมปูก็พอ    (น้ำโซดาจะช่วยล้างกลิ่นคาวของทะเลออกจากตัวปู เป็นครั้งสุดท้าย ทำให้กลิ่นคาวหมดไป)  แช่ไว้ประมาณ 10 นาที จะเห็นได้ว่าน้ำโซดาที่แช่ไว้จะมีสีขุ่น  แล้วเทน้ำโซดาทิ้ง  ต่อจากนั้นล้างด้วยน้ำเปล่าพอประมาณ  วางปูไว้ในตะแกง  ให้สะเด็ดน้ำ   ใช้มีดที่คมผ่าตัวปูออกเป็นสี่ซีก แบบกรรเชียงปู   (หากมีดไม่คม  จะทำให้เนื้อปูเละ )   ทำอย่างนี้ทุกตัว  นำปูที่ผ่าแล้วทั้งหมดวางเรียงในจาน  อย่าให้แน่นจนเกินไป  (ปูหลายตัวต้องใช้จานหลายใบ   รวมทั้งกระดองปูด้วย)  ต่อไปนำปูและกระดองปูทั้งหมด แช่ในตู้เย็น  (แช่ในช่องทำน้ำแข็ง)  เรียงเป็นชั้น ๆ  แช่ปูกับกระดองปูไว้ประมาณ 1  ชั่วโมง

"ปูดอง"  จะอร่อยได้ก็ด้วย "น้ำจิ้ม"

 วิธีทำ  "น้ำจิ้ม"  ของที่ต้องเตรียม   พริกขี้หนู  กระเทียม รากผักชี  มะนาว  น้ำตาลทรายขาว  และน้ำปลาตำพริกขี้หนูกับกระเทียมเข้าด้วยกัน   ใส่รากผักชี  ตำต่อให้ละเอียด   ใส่น้ำมะนาวลงไปก่อน  ตามด้วยน้ำปลา   และน้ำตาลทรายขาว  (ปริมาณของแต่ละอย่างที่ใส่ ให้คำนวณจากปูที่ต้องใช้น้ำจิ้มลาด)  เอาช้อนคนให้เข้ากัน  ชิมให้ออกรสเปรี้ยวนำ ตามด้วยหวานเล็กน้อย  เค็มน้อยนิด
ชอบรสไหนมากกว่ากัน  ก็ใส่กันเข้าไป   ตามแต่ใจเรียกร้อง

"น้ำจิ้ม"  ที่ทำ บางคนใส่เกลือแทนน้ำปลา  แต่เนื่องจากเป็นปูดอง  น้ำปลาน่าจะเข้าท่ากว่า

"น้ำจิ้ม"  ใช้ลาดใส่ปูก่อนเข้าแช่ในตู้เย็น    หรือลาดใส่ตอนเอาปูออกจากตู้เย็นแล้วก็ได้ ตามแต่จะชอบ

เตรียมเครื่องเคียงก่อนเสริฟ    เครื่องเคียงที่เตรียมใส่จานก่อนเสริฟ  คือ   มะระ   กระเทียม  ใบสะระแหน่ นำมะระมาผ่าซีก   ขูดเอาเยื่อในและเมล็ดออก  แล้วหั่นเป็นแว่น  นำไปลวกน้ำร้อนแค่ไม่เกิน 1 นาที แล้วตักขึ้นนำใส่ในน้ำที่มีน้ำแข็งผสมอยู่  ใส่ในตะแกงให้สะเด็ดน้ำ  ตักใส่จานแล้วห่อด้วยถุงใส่อาหาร
(ห่อทั้งจาน)  นำไปแช่ในตู้เย็น ในช่องธรรมดา (บางคนไม่ชอบลวก  ชอนกินแบบดิบ ๆ ก็ตามใจ) กระเทียม  หั่นเป็นแว่น  และใบสะระแหน่   เด็ดเป็นใบ

 

วิธีเสริฟ   นำมะระมาเรียงบนขอบจานที่เตรียมไว้  นำตัวปูและกระดองปูใส่ตรงกลางจาน ลาดด้วยน้ำจิ้มใส่กระเทียมโรยบนตัวปูพอประมาณ  และตามด้วยใบสะระแหน่  นำไปเสริฟ
          ก่อนกิน ให้ดื่มเบียร์   หรือเหล้า  หรือไวน์  ไปหนึ่งอึกก่อน เพื่อเรียกน้ำย่อย  แล้วจึงเริ่มลงมือกินอย่างจริงจัง ตามแบบฉบับของแต่ละคน   หากทำตามกรรมวิธีที่ว่าไว้  รับรองได้ว่าอร่อย  ปลอดภัย   และท้องไม่เสียแน่

 

คำเตือน     หลังจากกินเสร็จแล้ว  ให้กินข้าวและอาหารอื่นตามด้วย

 

ด้วยความหวังดีจาก   
"หลวงตาถึก"   อาจารย์ของ   "เณรแอ"

 

 

พั้นช์สมุนไพร 

 

ในช่วงระยะนี้ ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นฤดูฝน แต่ไหงกลายเป็นฤดูร้อนไปได้  บางประเทศอย่างเช่น ประเทศอินเดีย ต้องลงไปแช่ในแม่น้ำเป็นพัน ๆ คน เพราะทนอากาศร้อนไม่ไหว  ก็ใครจะไปทนไหว ขนาดเมืองไทย 36 องศา ก็ร้อนแทบแย่ ต้องอาบน้ำวันละหลาย ๆ รอบ แต่ที่อินเดีย 43 องศา ท่านคิดดูเอาเองมันจะร้อนขนาดไหน

 

ผมก็เลยนึกได้ว่า อากาศร้อน ๆ ร่างกายต้องการความสดชื่นน้ำเป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการ  แต่จะให้ดีก็ต้องเป็นน้ำที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายได้มากกว่าน้ำดื่มธรรมดา  ก็คือ "น้ำสมุนไพร"   ซึ่งนอกจากจะเป็นยารักษาโรคได้แล้ว  ราคายังถูก  หาซื้อได้ง่าย และยังสามารถมีไว้สำหรับรับแขกในอากาศร้อนอย่างนี้ได้เป็นอย่างดี  ซึ่งดีกว่าน้ำอัดลมหลายเท่า   ในช่วงนี้จึงขอแนะนำ  "น้ำสมุนไพร" เพื่อสุขภาพของเราทุกคน เรามาดูส่วนผสมของพั้นช์สมุนไพรกันเลย

 

เริ่มจาก
น้ำขิง 1 ถ้วย
น้ำตะไคร้  2  ถ้วย 
น้ำสับปะรด 2 ถ้วย
 น้ำมะนาว 1/2 ถ้วย 
น้ำตาลทราย 1/2;  ถ้วย
เกลือป่น 1/2 ถ้วย
 ผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน

 

น้ำขิง  ใช้ขิงแก่ล้างให้สะอาด  1  แง่ง  น้ำ  3  ถ้วยใส่น้ำลงในหม้อตั้งไฟพอเดือด  ทุบขิงใส่ตั้งไฟต่ออีก 20 นาที  กรองด้วยผ้าขาวบาง

 

น้ำตะไคร้  นำตะไคร้ล้างให้สะอาดหั่นฝอย  1  ถ้วย น้ำ  3  ถ้วย ใส่น้ำลงในหม้อตั้งไฟพอเดือดใส่ตะไคร้ตั้งเคี่ยว  15  นาที  กรองเอาแต่น้ำถ้าต้องการทำปริมาณมาก  ให้เพิ่มตามสัดส่วนที่กำหนดไว้                

 

วิธีทำ
1. ใส่น้ำขิง   น้ำตะไคร้   ลงในอ่างผสม  ใส่เกลือ ใส่น้ำตาล  คนจนน้ำตาลละลาย
2. ใส่น้ำสับปะรด  น้ำมะนาว  คนพอทั่วรินใสเหยือกแช่เย็น
3. วิธีเสริฟ  ตักน้ำแข็งก้อนเล็ก ๆ  3 - 4 ก้อนใส่แก้ว 

 

รินพั้นช์ใส   ลอยด้วยมะนาวหั่นบาง ๆ   1 ชิ้นและตามด้วยใบสะระแหน่  1  ใบ

 

สรรพคุณทางยา                    
 ขิง   ขับลม  ขับเสมหะ   แก้จุกเสียดแน่นท้อง แก้คลื่นไส้อาเจียน ขับเหงื่อ ขยายหลอดเลือดใต้ผิวหนัง
 ตะไคร้    ขับลม  แก้ท้องอืด  แน่นจุกเสียด  ขับปัสสาวะ แก้วนิ่ว   ลดความดันโลหิตสูง
สับปะรด  มะนาว    แก้ไอ  แก้เจ็บคอ  ขับเสมหะ  แก้เหงือกบวมและเลือดออกตามไรฟัน (แก้โรคขาดวิตามินซี)  แก้ลมวิงเวียน  แก้ท้องผูก
สะระแหน่     ขับลม  ฆ่าเชื้อ  ระงับอาการเกร็งของกระเพาะและลำไส้                    

 

เกร็ดความรู้    ควรใช้น้ำตาลทรายดีกว่าน้ำเชื่อม เพราะน้ำตาลให้แต่ความหวาน ถ้าใช้น้ำเชื่อมจะเพิ่มน้ำทำให้กลิ่นสีของสมุนไพรเปลี่ยนไป       
 
ผมว่าเป็นน้ำสมุนไพรที่ทำไม่ยาก  เสาร์-อาทิตย์ นี้ รวมพลัง พ่อแม่ ลูกได้ทำกิจกรรมร่วมกัน สร้างความอบอุ่นระหว่างครอบครัว และยังได้ดื่มน้ำที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีก

 

ปูผัดผงกระหรี่
(19-26 มิ.ย.48) 

 

          สัปดาห์ก่อนได้พบเพื่อนสมัยเรียนมัธยมปลายหลายคน จึงมีการฟื้นความหลังตามประสาเริ่มสูงอายุ สิ่งแรกที่เราเลือกคือหาอาหารที่พวกเราเคยชอบไปกินด้วยกัน นึกถึงปูทะเลผัดผงกระหรี่ร้านสมบูรณ์ ที่สามย่านขึ้นมาตะหงิด ๆ สมัยพวกเราเรียนหนังสือร้านนี้จะตั้งอยู่อยู่สามย่านใกล้ ๆ จุฬา ตอนหลัง ย้ายไปบรรทัดทอง ต่อมาก็ไปเปิดแถวรัชดา ไม่ค่อยมีโอกาสตามไปกินบ่อยนักวันนั้นได้พบกับเพื่อน ๆ จึงต้องสั่งซ้ำซัดกันพุงปลิ้น พวกเรามีความรู้สึกว่ารสชาดปูผัดผงกระหรี่ในวันนี้เปลี่ยนไปจากเดิมอยู่บ้าง

 

         ปูผัดผงกระหรี่ร้านสมบูรณ์ที่สามย่าน อร่อยมากถึงขนาดต้องรอคิวเลยทีเดียว บ่อยครั้งได้พบนักการเมือง ผู้มีชื่อเสียงในสังคมไปนั่งรับประทานเช่นเดียวกับพวกเรา ทุกคนได้รับการต้อนรับเสมอกันไม่มีอภิสิทธิ์ นับว่าเป็นความเท่าเทียมที่น่าชื่นชม ต่างจากบางร้านสมัยนี้ที่ให้อภิสิทธิ์ กับผู้คนบางกลุ่มมากเกินไป ทั้งที่เราก็จ่ายเงินเช่นกัน กลับให้คำจำกัดความของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์แตกต่างกัน 

 

          ร้านสมบูรณ์เปิดขายเวลาห้าโมงเย็น ใครไปถึงก่อนเวลาแม้ร้านจะเปิดอยู่ก็จะไม่ขาย ต้องเดินเล่นอยู่แถวนั้น รอจนถึงเวลาห้าโมงตรง (17 นาฬิกา) จึงจะเข้าไปนั่งในร้านได้ ลูกค้าก็ไม่ท้อคงเป็นเพราะความอร่อยและคุ้มค่าเงิน

 

          ขณะนั่งรอปูผัดผงกระหรี่ นิยมสั่งเต้าหู้ทอด ปลาหมึกสดย่าง มาเรียกน้ำย่อย น้ำจิ้มเต้าหู้ทอดจะเป็นน้ำใสคล้ายน้ำเกลือผสมน้ำส้มใส่กุ้ยไช่หั่น มองแล้วไม่ชวนจิ้มเลย แต่เมื่อได้ลองแล้วจะติดใจ เขียนไปน้ำลายเริ่มป้วนเปี้ยนจะไหลออกจากปาก วันนี้อยู่กับบ้านอยากกินปูผัดผงกระหรี่ไม่มีโอกาสไปร้านสมบูรณ์ ทำกินเองก็ได้ ถ้าอร่อยกว่าร้านสมบูรณ์ก็ให้ดาวตัวเองสักห้าดวง

 

เครื่องปรุง
1.ปูทะเลหรือปูม้า 2 ตัว (ประมาณ 8 ขีด) นำมาสับแบ่งเป็นชิ้น (ร้านสมบูรณ์จะใช้ปูทะเลเท่านั้นไม่ใช้ปูม้า)
2.หอมใหญ่ 2 หัว หั่นซอย
3.ต้นหอม, ผักชี 5 ต้น หั่นเป็นท่อนยาว
4.ต้นขึ้นฉ่าย 5 ต้น หั่นเป็นท่อนยาว
5.ผงกะหรี่ 3 ช้อนโต๊ะ
6.น้ำพริกเผา (มีผู้แนะนำให้ใช้ตรา ฉั่วฮะเส็ง) 2 ช้อนโต๊ะ
7.นมสดตราหมีหรือตราอะไรก็ได้ 1 ถ้วย
8.กระเทียม 5 กลีบ
9.ไข่ไก่ตัวเมีย  2 ฟอง
10.น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
11.น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
12.น้ำมันพืช (ตามต้องการ)

 

วิธีทำ
1. ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันพืช พอน้ำมันร้อน ใส่ปูลงทอดจนเหลือง และตักพักไว้
2. ใส่กระเทียม เจียวในน้ำมัน ใส่หอมใหญ่ที่หันแล้วลงไป ใส่น้ำพริกเผา และผงกะหรี่ลงไปผัดให้เข้ากัน ถึงใส่ไข่ไก่ (ถ้าไม่เสียดายใช้เฉพาะไข่แดง) ตีให้ฟู และใส่นมสด 1/2 ถ้วย ผัดให้เข้ากัน
3. นำนมสดส่วนที่เหลือลงไปผัดต่ออีก
4. นำปูที่ทอดแล้ว ลงไปผัดให้เข้าเนื้อปู
5. ใส่ต้นหอม ผักชี ขึ้นฉ่าย สุดท้าย
6. ปรุงรส ด้วย น้ำปลา, น้ำตาล, ตามชอบ ให้ออกรสตามชอบ


หมายเหตุ
ถ้าอยากให้สีสวย เติมน้ำมันของน้ำพริกเผาลงไปอีก 2 ช้อนโต๊ะ

 

..........................

 อ่านเรื่องเดิม

 

ผัดฉ่าหอยแมลงภู่
(12-18 มิ.ย.48)

ไปกินหอยหลอดผัดฉ่าที่ดอนหอยหลอดยังติดใจ  แถวบ้านมีแต่หอยแมลงภู่ ทดลองเอามาผัดฉ่าอร่อยไม่แพ้กัน ลองทำกันดู  ท่านที่ชอบกับแกล้ม จะต้องติดใจ รีบเดินออกไปซื้อมาเลย หอยแมลงภู่สักโลสองโล อย่าลืมซื้อพริกไทยอ่อน มาสักห้าบาท กระชายเอามาล้างหั่นให้เป็นฝอย ซื้อมาหั่นเองดีกว่าอย่าซื้อแบบหั่นสำเร็จรูปขายไม่รู้แช่อะไรไว้บ้าง อ้ออีกอย่างใบกระเพราอย่าลืมเชียว พริกขี้หนูสดด้วย

กลับถึงบ้านล้างหอยแมลงภู่ เอาไปลวกอย่าให้สุกมาก แกะเปลือกออก  หยิบกระเทียมสองสามหัว พริกขี้หนูสดสักสิบห้าเมล็ด ถ้าชอบเผ็ดก็เพิ่มเอา นำไปล้างให้สะอาด เอามาโขลกให้เข้ากันไม่ต้องละเอียดยิบก็ได้ อย่าตำถึงครกแตกเดี๋ยวจะอดรับประทาน ไม่แนะนำให้ใช้เครื่องปั่นไฟฟ้า จะขาดความหอมของกระเทียม และน้ำมันพริกขี้หนูก็จะไม่ออกมา เพราะมันถูกฟันให้ขาดด้วยความเร็วสูง ต่างจากการโขลกด้วยไม้ตีพริก (สาก) มากนัก

ตั้งกะทะ เปิดไฟให้ร้อนจัด เทน้ำมันพืชลงไป  (ควรใช้น้ำมันถั่วเหลือง เป็นหลัก หรือจะใช้น้ำมันข้าวโพด น้ำมันดอกทานตะวัน ก็ได้ แต่แพงกว่า อย่าใช้นำมันปาล์มมีไขมันอิ่มตัวมากไป เอาไว้ใช้สำหรับทอดดีกว่าเพราะให้ความร้อนสูง)  ใส่พริกขี้หนูกระเทียมที่โขลกแล้วผัดให้หอม บรรจงเทหอยแมลงภู่ลงไป ตามด้วยกระชาย พริกไทยอ่อน  ปรุงรสด้วย น้ำตาลทราย ซ๊อสสีดำยี่ห้ออะไรก็ได้ น้ำมันหอย เหยาะพริกไทยป่นตามนิดหน่อย ใส่ใบกระเพราคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จาน แล้วนำไปตั้งกลางวง ดูสิใครจะอดใจไหว ลองดูนะ

 

โดย : จุงโพล่

 

หมายเหตุ : ท่านผู้อ่านมีสูตรอารหารแนะนำช่วยพิมพ์ใส่กรอบส่งบทความด้านล่างได้เลยครับ ขอขอบคุณล่วงหน้าทุกท่านครับ

 

ซี่โครงหมูอบซีอิ้วทานอาหารปลากันแล้ว คราวนี้หันมาทานหมูกันบ้าง เดี๋ยวจะเบื่อ “ซี่โครงหมูอบซีอิ้ว”  ก็น่าทานไม่น้อย
เครื่องปรุง 
กระดูกหมู ซื้อตามใจชอบ กะจำนวนคนในบ้านเอา  กระเทียมซอย รากผักชี  พริกไทยเม็ด น้ำตาลทราย เกลือป่น ซีอิ้วขาว ซีอิ้วดำ น้ำมันหอย ของที่ตกแต่งในจาน พริกหวาน 1 ลูก มะเขือเทศสีดา และแตงกวา
วิธีทำ
โขลกกระเทียม รากผักชี พริกไทย ให้ละเอียด  ล้างซีโครงหมูให้สะอาด สับเป็นชิ้น ๆ (ให้ทางร้านที่ซื้อเขาทำให้ก็ได้)
ผสมเครื่องที่โขลกกับน้ำตาล เกลือ ซีอิ้วขาว ซีอิ้วดำ น้ำมันหอย เข้าด้วยกัน (ใส่พอประมาณเดี่ยวจะเค็มไป)  แล้วเอาซีโครงหมูลงคลุกเคล้า หมักไว้ประมาณ 20 นาที ได้เวลาแล้วนำไปอบประมาณ 20 นาที  ยกออกจัดใส่จาน  แต่งด้วยพริกหวาน มะเขือเทศสีดา และแตงกวา รับรองได้ว่าทานกันได้ทั้งบ้าน



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด
รหัสป้องกันสแปม CAPTCHA Image



 *


เล่าเรื่องกิน

กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา
ขออีกจาน
ยำขนมจีนน้ำเมี่ยงคำปรุงรส
ข้าวผัดกระเทียม
ช่าโบราณ
สปาเก็นตี้ผัดหอยแมลงภู่
ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อพนมสารคาม
ไข่เยี่ยวม้ากะเพรากรอบ
น้ำพริกมะม่วงสูตร ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ฯ
แตงโมปั่น
เส้นจันทน์ผัดปู
ข้าวผัดกะเพราปลาสลิดแห้ง
แกงหมูชะมวง
ปูดอง
สลัดโยเกิร์ต
โยเกิร์ตโฮมเมด คุณก็ทำได้
สะตอผัดผัดวุ้นเส้นกระเทียมดอง
สะตอผัดกุ้ง
เต้าหู้ผัดพริกเสฉวน
มะเขือยาวราดพริกสามรส
ผัดมะเขือยาวหมูสับ 3 วิธี
ข้าวผัดอะไร
พะโล้โบราณ
กุ้งก้ามกรามผัดพริกเกลือ
ประดิษฐ์โภชนา แปดริ้ว
วุ้นเส้นกระเทียมดองผัดไข่
สปาเก็ตตี้ทูน่าผัดกระเพรา
สปาเก็ตตี้ผัดเขียวหวาน
ข้าวผัดกุ้งพริกเกลือ
ข้าวผัดกุนเชียงกุ้งเหยียด
เซี้ยงบะหมี่&บะหมี่ชากังราว
คนกินเส้น
ใบปอผัดกุ้งหมูสับ
ข้าวต้มโบราณ
ไข่กระทะ
ข้าวหมูแดงสวนหลวง (ปุ่เจ้า)
ร้านขอบฟ้า ลาตะวัน
เที่ยวคลองถม
หมี่หวานเวิ้งนาครเขษม
ร้านต้นกะบก
ครัวปลาทู (ทิดอ้วน)
ร้านไชยโรจน์
ร้านนายเหนือ
ร้าน JL สุกี้ที่ปากน้ำ
เนื้อวัวใส่ก๋วยเตี๋ยว
ก๋วยเตี๋ยวเรือปทุมทอง
หมูเค็ม ละลายในปาก
พระรามลงสรง
ปูเล่ พร้อมเมนู
ข้าวผัดพริกขี้หนูกะปิปลาดุกย่าง
ส้มตำดนตรี ที่ปากน้ำ
อาหารของพ่อ
หัวปลาทูของเพื่อน
ขนมจีนลอยน้ำ
ซูชิและมิตรภาพ
กุ้งผัดน้ำพริกเผาไข่เค็ม
ไข่ตุ๋นหม้อไฟ
วิธีเพาะถั่วงอก
วันว่างกับแกงกระหรี่ญี่ปุ่น
หลีกโรคอ้วน สวนทางกับโรคหัวใจ
รังนก กับ ความโหดร้าย article
กินผักให้ปลอดภัย article
หมูเค็ม ละลายในปาก
ใบเหลียงผัดกะปิ
ใบเหลียงผัดไข่
ข้าวผัดหมูคะน้ำปลาอินทรีเค็ม
ปลาทูกระเพรากรอบ น้ำแดง
ผัดเผ็ดผัดฉ่าปลาทู
ลาบปลาทู ยำปลาทู
ปลาทูผัดเปรี้ยวหวาน
ปลาทูผัดมะเม่วงหิมพานต์
ข้าวผัดปลาทูทอด
ปลาทูทอดสามรส
ข้าวผัดขี้เมาปลาทูทอด
ข้าวผัดน้ำพริกปลาทูทอด
ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ
ส้มตำปลาทูทอด + เมี่ยงปลาทู
น้ำพริกปลาทู +
หลนปลาทู
น้ำปลาหวานสะเดาปลาทูย่าง
เมนูปลาทู ชุด 2
น้ำยาป่าปลาทู
น้ำยาปลาทู
แกงคั่วปลาทู
แกงเผ็ดปลาทูมะเขือพวง
พะแนงปลาทู
ฉู่ฉี่ปลาทู
ปลาทูต้มตะไคร้
ปลาทูต้มมะดัน
ปลาทูต้มเค็ม
ปลาทูต้มส้ม
แกงเหลืองปลาทู
แกงไตปลา
แกงป่าปลาทู
สายบัวต้มกระทิปลาทู
แกงเลียงปลาทูทอด
แกงส้มดอกแคปลาทู
แกงเขียวหวานปลาทูผัดแห้ง
ทูน่ายำสลัดผักกาดแก้ว
ข้าวหลามนครปฐม
ขนมจีนทอดมันลอดช่องน้ำตาลข้น
ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่
บาร์บีคิว



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.
แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดสมุทรปราการ
เชิญส่งบทความ หรือกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม การออกค่ายอาสาพัฒนา บันทึกการเดินทาง ท่องเที่ยว ประสบการณ์ชีวิต เล่าเรื่องราว ประกาศคนหาย บอกบุญ ลงในเว็บไซต์ www.9anant.com หรือส่งตรงที่ webmaster@9anant.com