ReadyPlanet.com
dot
dot
หลานนารา
dot
bullet22 ต.ค.59
bullet27 ต.ค.59
bulletพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต
bulletค้นหาไปรษณีย์/EMS
bulletDictionary
dot
Inside 9anant
dot
bulletห้องแสดงอารมณ์ของผม
bulletบ้านคนรักสุนทราภรณ์
dot
บทความ
dot
bulletสงคราม ไม้เรียว และเพื่อน
bulletเขาหาว่าผมหลบหนีสังคม
bulletสังคมไร้คุณธรรม
bulletทำบุญเข้าพรรษา
bulletจดหมายถึงส้ม
bulletฤๅว่าชู้สาว
bulletเด็กแนว ตอนที่ ๑
bulletเด็กแนว ตอนที่ ๒
bulletคำนึงอดีต ภาค ๑
bulletคำนึงอดีต ภาค ๒
bulletคำนึงอดีต ภาค ๓
dot
ไดอารี่ที่เปิดเผย
dot
bulletเม็ดทรายที่ก้นอ่าว
bulletมุมมืดแห่งทะเลน้ำใจ
bulletเด็ก กับ วัด
bullet เธอชื่อ.......สายฝน
bulletบุญพาไป
bulletแด่แม่ใน้ผู้จากไป
dot
ภาพ-คลิปท่องเที่ยว
dot
bulletอัมพวาสมุทรสงคราม
bulletเมืองสุพรรณยันสามชุก
bulletภาพเที่ยวเมืองโบราณ
bulletรวมคลิปอยากให้ดู
bulletบ้านลัดนัน
bulletเพื่อนแท้
bulletบีม บอส บิว
bulletความทรงจำ
bulletอัลบั้มรวม
dot
คลิปขนมไทย
dot
bulletวิธีทำลูกชุบ
bulletฝอยทอง
bulletขนมสัมปันนี
bulletขนมครก
bulletขนมถ้วย
bulletขนมต้มใบเตย
bulletขนมต้มขาว
bulletขนมชั้น
dot
VDO น้ำพริก
dot
bulletน้ำพริกนครบาล
bulletน้ำพริกกะปิ
bulletน้ำพริกมะขามสด
bulletน้ำพริกมะม่วง มะดัน
bulletน้ำพริกกระท้อน
bulletน้ำพริกปลาย่างแมงดา
bulletน้ำพริกพริกไทยสด
bulletน้ำพริกไข่ปูทะเล
bulletน้ำพริกลงเรือ
bulletน้ำพริกอ่อง
bulletน้ำพริกเต้าเจี้ยว
dot
ราชการ
dot
bulletตรวจสลากล็อตเตอรี่
bulletราคาประเมิน
bulletสำนักงาน กพ.
dot
Oldies Music Video
dot
bulletNeil Young, Eagle Live
bulletEric Clapton/BB King
bulletGrand Funk/Deep purple
bulletThe Venture / Cliff Richard
bulletOldies Song
bulletBlue Brathers
bulletBlue Brathers
bulletJim Reeves/Garth Brooks
bulletBB King /Eric Clapton
dot
พักผ่อนหย่อนใจ
dot
bulletเที่ยวไปกับ ขสมก.
bulletศูนย์ฯ ฝึกอบรมทองผาภูมิ
bulletการเท่องเที่ยว (ท.ท.ท.)
bulletเที่ยวกับการรถไฟ
bulletท่องเที่ยวตกปลา
dot
กีฬา
dot
bulletผลฟุตบอลวันนี้
bulletHotleague
bulletสยามสปอร์ต
bulletอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์
dot
อ่านหนังสือพิมพ์
dot
bulletHot News Sanook
bulletT News
bulletรวมลิงค์ข่าว
bullet27 ต.ค.59
dot
Newsletter

dot


เล่าเรื่องเที่ยวแบบง่าย ๆ สไตล์ของคุุณเอง
พาเที่ยวตลาดน้ำ ในประเทศไทย
ร้านอาหารประทับใจ
ตลาดน่าเที่ยวทั่วไทย
คบกันมาสี่สิบกว่าปีมิตรภาพมากมายที่ควรแก่การจดจำ
มิตรภาพชีวิตใน อผศ.


พิธีลอยกระทง article

เดิมเรียกว่า
การลอยกระทงเป็นนักขัตฤกษ์รื่นเริงของคนทั่วไป เมื่อเป็นพิธีหลวง เรียก "พระราชพิธีจองเปรียงลดชุดลอยโคมส่งน้ำ" ต่อมาเรียก "ลอยพระประทีป" พิธีนี้มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยดัง ปรากฏหลักฐานอยู่ใน หนังสือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ และได้กระทำต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตลอดจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พิธีลอยกระทงเดิมทำกันในวันเพ็ญเดือน11 และวันเพ็ญเดือน12 ปัจจุบันพิธีลอยกระทงเฉพาะวันเพ็ญเดือน 12

ต้นกำเนิด
พิธีลอยกระทง สันนิษฐานว่าได้มาจากอินเดีย ตามลักธิพราหมณ์เชื่อว่า ลอยกระทงเพื่อบูชาแม่น้ำคงคา อันศักค์สิทธิ์ของอินเดีย และลอยเพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้า คือ พระนารายณ์ ซึ่งบรรทมสินธุ์อยู่กลางเกษียรสมุทร อีกประการหนึ่ง ศาสนาพุทธเชื่อว่า การลอยกระทงเป็นการทำพิธีเพื่อต้อนรับพระพุทธเจ้า ในวันเสด็จจากเทวโลกสู่โลกมนุษย์ ภายหลังจากทรงเทศนาโปรด พุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ บ้างก็เชื่อว่าเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ที่บรรจุไว้ในพระจุฬามณี พระเจดีย์บนสวรรค์ บางก็ว่าเพื่อบูชารอยพระพุทธบาทที่ทรงประทับไว้ ณ หาดทราย ริมฝั่งแม่น้ำนัมมหานทีในแคว้นทักขิณาบถ ของประเทศอินเดีย (ปัจจุบันเรียกว่าแม่น้ำเนรพุททา) บางท่านก็ว่า ลอยกระทงเพื่อขอบคุณพระแม่คงคาที่ให้เราได้อาศัยน้ำกินน้ำใช้ และขออภัยพระแม่คงคา ที่ทิ้งสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ ลงในน้ำ

เมื่อถึงวันเพ็ญ เดือน 12 ประชาชนจะจัดทำกระทงเป็นรูปต่าง ๆ ด้วยใบตอง หรือกาบใบต้นพลับพลึง หรือวัสดุอื่น ๆ ประดับตกแต่งกระทงให้สวยงามด้วยดอกไม้สดในกระทงจะปักธูปเทียน บางทีก็ใส่สตางค์ หรือหมากพลูลงไปด้วย สมัยก่อนในพิธีลอยกระทง มีการเล่นสักวา เล่นเพลงเรือ และมีแสดง มหรสพประกอบงานมีการประกวด นางนพมาศ ประกวด กระทงและร่วมกันลอยกระทง โดยจุดธูปเทียน กล่าวอธิษฐานตามที่ใจปรารถนาและปล่อยกระทงให้ลอย

ประเพณีลอยกะทงในปัจจุบัน
ลอยกระทง เป็นประเพณีอย่างหนึ่งที่นิยมทำกันในคืนวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 หรือราวปลายเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งปีนี้ตรงกับ วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2547

ปัจจุบันการจัดประเพณีลอยกระทงในภาคต่างๆ โดยเฉพาะตามจังหวัดใหญ่ๆ แทบจะเป็นรูปแบบเดียวกันหมด นั่นคือ การมุ่งเน้นความสนุกสนานรื่นเริงเป็นหลัก สถานที่ที่จัดไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้แม่น้ำ ลำคลองอีกต่อไป พอให้มีสระน้ำหรือที่ให้ลอยกระทงเป็นอันใช้ได้ บางแห่งก็มุ่งประกวดกระทง/นางนพมาศ หรือจัดแสดงมหรสพอย่างใหญ่โต โดยมุ่งหวังด้านการท่องเที่ยวและรายได้เป็นสำคัญ แต่ที่สร้างปัญหาความเดือดร้อนรำคาญใจแก่ชาวบ้านร้านถิ่นเป็นอย่างมากก็คือการเล่นจุดประทัด พลุ และดอกไม้ไฟกันอย่างคึกคะนอง ขาดความระมัดระวัง และเล่นโดยไม่เลือกสถานที่ จนก่อให้เกิดเพลิงไหม้ หรือบาดเจ็บพิการ ซ้ำร้ายกว่านั้น คือการเฉลิมฉลองด้วยการดื่มของมึนเมา (จนมีคำประชดว่า "คนไทยเมาได้ทุกเทศกาล" ) เมื่อเมาแล้วขาดสติ บางคนยังฝืนขับรถจนก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ทำให้ตนเองหรือผู้อื่นพิการหรือเสียชีวิตไปด้วย หรือบางแห่งก็เน้นการประกวดความงาม จนกลายเป็นอีกเวทีหนึ่งที่ชักนำหญิงสาวไปสู่ค่านิยมที่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย สิ่งเหล่านี้กำลังจะทำให้ประเพณีลอยกระทงซึ่งเป็นประเพณีที่เคยงดงามด้วยความเชื่อ ความศรัทธาดังที่กล่าวมาแล้ว กลายเป็นประเพณีที่มุ่งเน้นรูปแบบที่มีแต่ความอลังการ ฉาบฉวย แต่ขาดความเข้าใจในสาระ คุณค่าที่แท้จริงไปอย่างน่าเสียดาย จริงอยู่ เราคงไม่ปฏิเสธว่าประเพณีเป็นสิ่งที่ปรับเปลี่ยนไปได้ตามยุค ตามสมัยไม่ตายตัว โดยเฉพาะรูปแบบ แต่ประเพณีใดจะมี "ค่า" และมีการสืบทอดต่อเนื่องกันมา ก็ต่อเมื่อประเพณีนั้นเป็นคุณ และเป็นประโยชน์ อีกทั้งสอดคล้องกับการดำเนินชีวิตของคนในสังคมนั้นๆ ด้วย

ประเพณีลอยกระทงต่างกันที่ความเชื่อ
นอกจากประเทศไทยแล้ว การลอยกระทงที่คล้ายๆ กับของไทยเรายังมีในประเทศจีน อินเดีย เขมร และพม่า จะต่างกันก็เพียงพิธีกรรมและความเชื่อในแต่ละแห่ง ซึ่งแม้แต่ในประเทศไทยเราเองก็มีวัตถุประสงค์ ความเชื่อ ความศรัทธาในเรื่องนี้อย่างหลากหลาย เช่น เชื่อว่าลอยกระทงเพื่อ
- บูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้า
- บูชารอยพระพุทธบาท ณ หาดทรายริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที ซึ่งปัจจุบันคือแม่น้ำเนรพุททา ในอินเดีย
- บูชาพระอุปคุตเถระ ที่บำเพ็ญบริกรรมคาถาในท้องทะเลลึกหรือสะดือทะเล ซึ่งตำนานเล่าว่าเป็นพระเถระที่มีอิทธิฤทธิ์มาก สามารถปราบพญามารได้
- ต้อนรับพระพุทธเจ้าในวันเสด็จกลับจากเทวโลกเมื่อครั้งไปโปรดพระพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
- แสดงความขอบคุณพระแม่คงคาซึ่งเป็นแหล่งน้ำให้มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์ต่างๆ
- ขอขมาต่อพระแม่คงคาที่ได้ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงไป
- ระลึกถึงและส่งของไปให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับ
- สะเดาะเคราะห์หรือลอยทุกข์โศกโรคภัยต่างๆ รวมทั้งอธิษฐานเพื่อขอสิ่งที่ปรารถนา

ประเพณีลอยกระทงกับคนไทย
ประเพณีลอยกระทงยังคงมีความสำคัญและดำรงต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน และได้กลายเป็นเอกลักษณ์ไทย มีคุณค่าที่เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชน สังคมและศาสนา ดังสาระที่กล่าวไว้ในหนังสือวันสำคัญของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ คือ
- คุณค่าต่อครอบครัว ทำให้พ่อแม่ ลูก หรือสมาชิกอื่นๆ ได้มีโอกาสทำกิจกรรมด้วยกัน เช่น ช่วยกันประดิษฐ์กระทงและพากันไปลอยร่วมกัน เป็นการแสดงความกตัญญูต่อนํ้าที่ให้คุณประโยชน์ต่อเรา
- คุณค่าต่อชุมชน ทำให้เกิดความรัก ความสมัครสมานสามัคคีในชุมชน เช่น ช่วยกันประดิษฐ์กระทงไปประกวด ทำให้มีโอกาสพบปะสังสรรค์ และสนุกสนานร่วมกัน อีกทั้งยังเป็นการช่วยส่งเสริมและสืบทอดช่างฝีมือท้องถิ่นทางอ้อม
- คุณค่าต่อศาสนา ได้ช่วยกันทำนุบำรุงศาสนา เช่น ทางภาคเหนือที่มีการทำบุญให้ทาน การถือศีลที่วัด หรือการลอยกระทงเพื่อบูชารอยพระพุทธบาท ก็นำมาซึ่งการน้อมรำลึกถึงพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
- คุณค่าต่อสังคม ทำให้มีความเอื้ออาทรต่อสิ่งแวดล้อม ได้ตระหนักถึงความสำคัญของแม่นํ้าลำคลองที่ได้ใช้สอย และอำนวยประโยชน์ต่อเราทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยอาจจะช่วยกันขุดลอกคู คลองให้สะอาด ไม่ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงไป

ความมุ่งหมายของการลอยกระทงมีอยู่หลายประการ เช่น การขอขมาต่อพระแม่คงคาการบูชารอบพระพุทธบาท การลอยเคราะห์โรคภัยและทุกข์โศกให้ไหลไปกับสายน้ำ ฯลฯ กิจกรรมดังกล่าวนี้จะจัดขึ้นในเดือน 12 โดยนับวันตามจันทรคติ หรือราวเดือนพฤศจิกายน

กิจกรรมที่นิยมทำกัน
กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันลอยกระทง
1. นำกระทงไปลอยตามแม่น้ำลำคลอง หรือตามแหล่งน้ำที่มีการจัดพิธี
2. ให้การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ในวันลอยกระทง เช่น การประกวดกระทง ประกวดนางนพมาศ การละเล่นพื้นเมือง เช่น รำวง เพลงเรือ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมไทย
3. จัดนิทรรศการ หรือพิธีการลอยกระทง เพื่อเผยแพร่และอนุรักษ์ประเพณีไทย
4. จัดรณรงค์ให้มีการใช้วัสดุจากธรรมชาติมาทำกระทง เพื่อไม่ให้เกิดมลภาวะแก่แม่น้ำลำคลอง

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามรัฐ, หนังสือพิมพ์คมชัดลึก, www.mcot.or.th

........................

          เดิมพิธีลอยกระทงเรียกว่า พระราชพิธีจองเปรียงชักโคม ลอยโคม ซึ่งเป็นพิธีของพราหมณ์ เพื่อบูชาพระเป็นเจ้าทั้งสาม คือ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม
          ครั้นคนไทยรับนับถือพระพุทธศาสนา ก็ทำพิธียกโคมเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ พระจุฬามณี ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ลอยโคมบูชาพระพุทธบาท ณ หาดทรายแม่น้ำนัมมทานที ประเทศอินเดีย
          การลอยกระทงตามสายน้ำนี้ นางนพมาศ สนมเอกของพระร่วงเจ้ากรุงสุโขทัย คิดทำกระทงรูปดอกบัว และรูปต่างๆถวาย พระร่วงทรงให้ลอยกระทงตามสายน้ำไหล ในหนังสือ ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พระร่วงตรัสว่า "แต่นี่สืบไปเบื้องหน้า โดยลำดับกษัตริย์ในสยามประเทศ ถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน 12 ให้ทำโคมลอย เป็นรูปดอกบัวอุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมฆทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน"
          ครั้นถึงสมัยรัตนโกสินทร์ มีการทำกระทงขนาดใหญ่และสวยงาม ดังพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ ของเจ้าพระยาทิพาราชวงศ์ กล่าวไว้ว่า "ครั้นมาถึงเดือน 12 ขึ้น 14 ค่ำ 15 ค่ำ แรมค่ำหนึ่งพิธีจองเปรียงนั้น เดิมได้โปรดให้ขอแรง พระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้า ฝ่ายใน และข้าราชการที่มีกำลังพาหนะมาทำกระทงใหญ่ผู้ถูกเกณฑ์ต่อเป็นถังบ้าง ทำเป็นแพหยวกบ้าง กว้าง 8 ศอกบ้าง 9 ศอกบ้าง กระทงสูงตลอดยอด 10 ศอก 11 ศอก ทำประกวดประขันกันต่างๆ ทำอย่างเขาพระสุเมรุทวีปทั้ง 4 บ้าง และทำเป็นกระจาดชั้น ๆ บ้าง วิจิตรไปด้วยเครื่องสด คนทำก็นับร้อย คิดในการลงทุนทำกระทงทั้งค่าเลี้ยงคนและพระช่าง เบ็ดเสร็จก็ถึง 20 ชั่งบ้าง ย่อมกว่า 20 ชั่งบ้าง"
          ปัจจุบันประเพณีลอยกระทง มีการจัดงานกันแทบทุกจังหวัด ถือเป็นงานประจำปีที่สำคัญ โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่มีการจัดขบวนแห่กระทงใหญ่ กระทงเล็ก มีการประกวดกระทง และประกวดธิดางามประจำกระทงด้วย
          ส่วนการลอยโคม ชาวบ้านทางภาคเหนือและภาคอีสานยังนิยมทำกัน ชาวบ้านจะนำกระดาษ มาทำเป็นโคมขนาดใหญ่สีต่างๆ ถ้าลอยตอนกลางวัน จะทำให้โคมลอยโดยใช้ควันไฟ ถ้าเป็นเวลากลางคืน ก็จะใช้คบจุดที่ปากโคม ให้ควันพุ่งเข้าในโคม ทำให้ลอยไปตามกระแสลมหนาว เวลากลางคืนแลเห็นแสงไฟโคมบนท้องฟ้า พร้อมกับแสงจันทร์และดวงดาวสวยงามมากทีเดียว

……………….

ความเป็นมาของวันลอยกระทง
          ในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง ดวงจันทร์เต็มดวง ทอแสงแจ่มจรัสทั่วพื้นน้ำ ซึ่งกำลังไหลนองเอ่อฝั่งแม่น้ำลำคลองมองไปทางไหน จะพบเห็นกระทงใหญ่น้อย ถูกประดับประดาอย่างสวยงาม ตรงกลางติดธูปเทียนส่องแสงระยิบระยับนับไม่ถ้วน ล่องลอยไปตามกระแสน้ำ เป็นทิวทัศน์ที่น่าดูชมไม่น้อย ซึ่งประเพณีลอยกระทงนี้มีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี โดยปรากฏหลักฐาน จากหนังสือเรื่อง นางนพมาศ หรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ กล่าวถึงนางนพมาศซึ่งมียศเป็นท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พระสนมเอกพระร่วงเจ้า (พระเจ้าอรุณกุมาร) เกี่ยวกับเทศกาลนี้ว่าในฤดูเดือน 12 เป็นเวลาเสด็จลงประพาสลำน้ำ

          ตามพระราชพิธีในเวลากลางคืน พระอัครมเหสีและสนมฝ่ายในตามเสด็จในเรือพระที่นั่งทอดพระเนตรการนักขัตฤกษ์ ซึ่งเหล่าราษฎรต่างเล่นในแม่น้ำตามกำหนดปี เมื่อนางนพมาศได้เข้ามารับราชการจึงได้คิดอ่านทำกระทงถวายพระเจ้าแผ่นดินเป็นรูปดอกบัวและดอกไม้ต่างๆ ให้ทรงลอยตามสายน้ำและคิดคำขับร้องขึ้นถวายให้พระเจ้าแผ่นดินทรงดำริจัดเรือพระที่นั่งเทียบขนานกันให้กว้างใหญ่สำหรับสนมฝ่ายในจะได้ตามเสด็จประพาสได้มากกว่าแต่ก่อน"

          การลอยกระทงจะนับว่าเป็นพิธีด้วยหรือไม่ จะทราบได้จากพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 เรื่องพระราชพิธี 12 เดือน ตอนที่ว่าด้วย ลอยพระประทีป กล่าวว่า การลอยกระทงนี้เป็น นักขัตฤกษ์ที่รื่นเริงทั่วไปของปวงชนไม่เฉพาะแต่การหลวง แต่จะนับว่าเป็นพระราชพิธีอย่างใดก็ไม่ได้ด้วยไม่มีพิธีสงฆ์ พิธีพราหมณ์อันใดเกี่ยวข้องเนื่องในการลอยพระประทีปนั้น เว้นแต่จะเข้าใจว่าตรงกับเดือนสิบสองเวลาหน้าน้ำพยานาคขึ้นมานมัสการรอยพระพุทธบาท แล้วเล่นน้ำสนุก"

จากหนังสือ วันสำคัญของไทย โดย ว่าที่ ร.ต.สุภักดิ์ อนุกูล

 




วันสำคัญ

วันสำคัญในประเทศไทย article
เรื่องที่เขียนไว้ในสมุด
วันขึ้นปีใหม่ article
วันมาฆะบูชา article
วันจักรี article
วันสงกรานต์ article
วันฉัตรมงคล article
วันพืชมงคล article
วันวิสาขบูชา article
วันอาสาฬหบูชา article
วันเข้าพรรษา article
วันออกพรรษา article
วันตักบาตรเทโว article
เทศกาลกฐิน article
วันปิยมหาราช article
วันลอยกระทง article
วันพ่อแห่งชาติ (วันชาติ) article
วันรัฐธรรมนูญ article
วันพระเจ้าตากสินมหาราช article
วันเวียนเทียน article
วันรพี article
วันสารทไทย article
เพื่อนรักเชิญพักตรงนี้



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดสมุทรปราการ
เชิญส่งบทความ หรือกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม การออกค่ายอาสาพัฒนา บันทึกการเดินทาง ท่องเที่ยว ประสบการณ์ชีวิต เล่าเรื่องราว ประกาศคนหาย บอกบุญ ลงในเว็บไซต์ www.9anant.com หรือส่งตรงที่ webmaster@9anant.com