ReadyPlanet.com
dot
bulletคลิปน้ำท่วมไทย
bulletพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต
bulletค้นหาไปรษณีย์/EMS
bulletDictionary
dot
Inside 9anant
dot
bulletเว็บบอร์ด/เวทีความคิด
bulletส่งบทความลงเว็บไซต์
bulletบ้านคนรักสุนทราภรณ์
bulletรินนาบูติก RINNA BOUTIQUE
dot
บทความ
dot
bulletสงคราม ไม้เรียว และเพื่อน
bulletเขาหาว่าผมหลบหนีสังคม
bulletสังคมไร้คุณธรรม
bulletทำบุญเข้าพรรษา
bulletจดหมายถึงส้ม
bulletฤๅว่าชู้สาว
bulletเด็กแนว ตอนที่ ๑
bulletเด็กแนว ตอนที่ ๒
bulletคำนึงอดีต ภาค ๑
bulletคำนึงอดีต ภาค ๒
bulletคำนึงอดีต ภาค ๓
dot
ไดอารี่ที่เปิดเผย
dot
bulletเม็ดทรายที่ก้นอ่าว
bulletมุมมืดแห่งทะเลน้ำใจ
bulletเด็ก กับ วัด
bullet เธอชื่อ.......สายฝน
bulletบุญพาไป
bulletแด่แม่ใน้ผู้จากไป
dot
ภาพ-คลิปท่องเที่ยว
dot
bulletอัมพวาสมุทรสงคราม
bulletเมืองสุพรรณยันสามชุก
bulletภาพเที่ยวเมืองโบราณ
bulletรวมคลิปอยากให้ดู
bulletบ้านลัดนัน
bulletเพื่อนแท้
bulletบีม บอส บิว
bulletความทรงจำ
bulletอัลบั้มรวม
dot
คลิปขนมไทย
dot
bulletวิธีทำลูกชุบ
bulletฝอยทอง
bulletขนมสัมปันนี
bulletขนมครก
bulletขนมถ้วย
bulletขนมต้มใบเตย
bulletขนมต้มขาว
bulletขนมชั้น
dot
VDO น้ำพริก
dot
bulletน้ำพริกนครบาล
bulletน้ำพริกกะปิ
bulletน้ำพริกมะขามสด
bulletน้ำพริกมะม่วง มะดัน
bulletน้ำพริกกระท้อน
bulletน้ำพริกปลาย่างแมงดา
bulletน้ำพริกพริกไทยสด
bulletน้ำพริกไข่ปูทะเล
bulletน้ำพริกลงเรือ
bulletน้ำพริกอ่อง
bulletน้ำพริกเต้าเจี้ยว
dot
ราชการ
dot
bulletตรวจสลากล็อตเตอรี่
bulletราคาประเมิน
bulletสำนักงาน กพ.
dot
Oldies Music Video
dot
bulletNeil Young, Eagle Live
bulletEric Clapton/BB King
bulletGrand Funk/Deep purple
bulletThe Venture / Cliff Richard
bulletOldies Song
bulletBlue Brathers
bulletBlue Brathers
bulletJim Reeves/Garth Brooks
bulletBB King /Eric Clapton
dot
พักผ่อนหย่อนใจ
dot
bulletเที่ยวไปกับ ขสมก.
bulletศูนย์ฯ ฝึกอบรมทองผาภูมิ
bulletการเท่องเที่ยว (ท.ท.ท.)
bulletเที่ยวกับการรถไฟ
bulletท่องเที่ยวตกปลา
dot
กีฬา
dot
bulletผลฟุตบอลวันนี้
bulletHotleague
bulletสยามสปอร์ต
bulletอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์
bulletโป่งน้ำร้อน
dot
Newsletter

dot


เล่าเรื่องเที่ยวแบบง่าย ๆ สไตล์ของคุุณเอง
พาเที่ยวตลาดน้ำ ในประเทศไทย
ร้านอาหารประทับใจ
ตลาดน่าเที่ยวทั่วไทย
คบกันมาสี่สิบกว่าปีมิตรภาพมากมายที่ควรแก่การจดจำ
มิตรภาพชีวิตใน อผศ.


วันพืชมงคล article

 

ความเป็นมา
พระราชพิธีมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ในสมัยโบราณคงจะ เป็นพิธีที่มีความมุ่งหมายเพื่อบำรุงขวัญและเตือนให้เริ่มเพาะปลูกพืชผลโดยเฉพาะคือการทำนา ซึ่งเป็นธัญญาหารหลักสำคัญยิ่งของการดำรงชีวิตผู้ปกครองหรือผู้เป็นประมุขของประเทศเมื่อถึงฤดูกาลที่ควรจะเริ่มลงมือเพาะปลูกพืชผล จึงต้องประกอบกรณียกิจเป็นผู้นำโดยลงมือไถ หว่านพืชพันธุ์ธัญญาหารเป็นตัวอย่างเพื่อเตือนว่าถึงเวลาประกอบการเพาะปลูก ตามฤดูกาลแล้วต่อมากาลเวลาได้เปลี่ยนแปลงไป ได้มีการพิธีเรียกว่า จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งพราหมณ์ผู้เป็นเจ้าลัทธิส่งเสริมให้มีอำนาจและความสวัสดีต่าง ๆ เป็นผู้แนะนำประกอบพิธีตามลัทธิไสยศาสตร์ของพราหมณ์ในพิธีนี้ พระมหากษัตริย์ หรือประมุขของประเทศอาจจะทรงมีพระราชภารกิจอื่นจึงโปรด แต่งตั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดให้ทำแทนพระองค์ เรียกว่า พระยาแรกนา ทำหน้าที่ ไถ หว่าน ธัญญพืช พระมเหสีหรือชายาที่เคยร่วม การไถ หว่าน ก็เปลี่ยนเป็นจัดให้นางในท้าวนางในราชสำนักออกไปทำหน้าที่ หาบกระบุงพันธุ์พืชช่วยพระยาแรกนาไถ หว่าน เรียกว่า เทพีพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญมีมานานนับพัน ๆ ปี และมีเกือบทุก ชาติ เช่น จีน อินเดีย เป็นต้น สำหรับประเทศไทยมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยและสืบต่อมาในสมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญที่ทำในรัชกาลที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ เป็นพิธีพราหมณ์ตามแบบในสมัยอยุธยาไม่มีพิธีสงฆ์ประกอบ

ครั้นถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงพระราชดำริโปรดให้มีพิธีสงฆ์ ทางพระพุทธศาสนาร่วมประกอบในพิธีด้วย เพื่อเป็นสิริมงคลแก่พืชพันธุ์ธัญญาหารที่นำเข้ามาตั้งในมณฑลพิธีแล้วจึงนำไถหว่านในการแรกนาขวัญ เรียกพระราชพิธีในตอนนี้ว่า พืชมงคล เมื่อรวม ๒ พิธีแล้วเรียกว่า พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นราชประเพณีสืบมาโดยจัดเป็นงาน ๒ วัน วันแรกเป็นพระราชพิธีพืชมงคลซึ่งเป็นพิธีสงฆ์ วันรุ่งขึ้นเป็นพระราชพิธี จรดพระนังคัลแรกนาขวัญซึ่งเป็นพิธีพราหมณ์ พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นพิธีสิริมงคล เพื่อบำรุงขวัญแก่เกษตรกร จึงเป็นวันที่มีความสำคัญ โบราณจารย์จึงได้วางหลักเกณฑ์ให้ประกอบพิธีในวันที่ดีที่สุดของแต่ละปี ประกอบด้วย ขึ้น แรม ฤกษ์ยาม ให้ได้วันอันเป็นอุดมฤกษ์ตามตำราโหราศาสตร์แต่ต้องอยู่ในระหว่างเดือน ๖ โดยที่มีประเพณีต้องหาฤกษ์ตามตำราทางจันทรคติ
พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ จึงไม่ได้กำหนดวันเวลาไว้ตายตัว ตามปกติแล้วจะตกอยู่ในระหว่างเดือนพฤษภาคม การที่ต้องกำหนดให้อยในเดือน ๖ ก็เพราะเดือนนี้เริ่มจะเข้าฤดูฝนเป็นระยะ เวลาที่ เหมาะสมสำหรับเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา จะได้เตรียมทำนาอันเป็นอาชีพหลักสำคัญของชาวไทยมาแต่โบราณ เมื่อโหรหลวงคำนวนได้วันอุดมมงคลพระฤกษ์ ที่จะประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญแล้ว สำนักพระราชวังจะได้ ลงไว้ในปฏิทินหลวงที่พระราชทานในวันขึ้นปีใหม่ทุกปีและได้กำหนดไว้ว่าวันใดเป็นวันพืชมงคล วันใดเป็นวันจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ วันแรกนาขวัญเป็นสำคัญของชาติ คณะรัฐมนตรีมีมติให้หยุดราชการ ๑ วัน และมีประกาศให้ชักธงชาติตามระเบียบทางราชการพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญได้ปฏิบัติเป็นราชประเพณีตลอดมาจนถึง พ.ศ. ๒๔๗๙ แล้วได้เว้นว่างไป ต่อมา พ.ศ. ๒๔๘๓ ทางรัฐบาลสั่งให้กำหนดมีการพระราชพิธีเฉพาะแต่พืชมงคลที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามตามราชประเพณีที่เคยปฏิบัติมาพระราชพิธีพืชมงคลเป็นส่วนประกอบเพื่อสิริมงคลแก่พันธุ์พืชสำหรับนำไปใช้ในการพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ กำหนดงานก่อนวันพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ๑ วัน มีอ่านประกาศ ถึงความสำคัญที่จะเริ่มพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ในประกาศนั้น อ้างหลักธรรมทางพุทธศาสนาสมัยพุทธกาล คราวเกิดฝนแล้ง ด้วยพุทธานุภาพทรงบันดาลให้ฝนตก ทำนา ทำไร่ หว่านพืชผลได้ตามปรกติ และกล่าวถึงตำนานการสร้างพระคันธารราษฎร์อันเกี่ยวด้วยพุทธานุภาพ ที่ทรงบันดาลให้ฝนตกจึงได้สร้างขึ้น ณ เมืองคันธาราษฎร์ ครั้งอดีตกาลแล้วประกาศสดุดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกองค์ปฐมกษัตริย์ ที่ได้ทรงสร้างพระพุทธคันธาราษฎร์ขึ้นไว้ เพื่อประกอบการพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญตามตำนานที่มีมา แต่โบราณกาล ซึ่งเป็นราชประเพณีที่พระมหากษัตริย์ทรงอนุวัติจัดงานพระราชพิธีนี้สืบมาสุดท้ายประกาศถวายพระพรชัยมงคล และขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชาเทพยดาทั้งปวงประสิทธิประสาทให้พืชพันธุ์ธัญญาหารในราชอาณาจักรอุดมสมบูรณ์งอกงาม เจริญดี ตลอดจนขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล จบประกาศแล้วพระสงฆ์ ๑๑ รูป เจริญพระพุทธมนต์เป็นคาถาพิเศษสำหรับพืชมงคลโดยเฉพาะ เพื่อเสกพืชพันธุ์ต่าง ๆ ที่ได้นำมาตั้งเข้าพิธีมณฑลมีข้าวเปลือกพันธุ์ต่าง ๆ ถั่วทุกชนิด ข้าวโพด งา ฟัก แฟง แตงกวา เผือก มัน ฝ้าย เป็นต้น

ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๐๓ เลขาธิการพระราชวังพระบรมราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งว่าพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ แต่เดิมจัดเป็น ๒ วันแล้วได้ระงับไปคงได้แต่พิธีพืชมงคลจัดเป็นงานประจำทุกปี สำหรับปี พ.ศ. ๒๕๐๓ทางรัฐบาลเห็นควรจัดให้มีการแรกนาขวัญขึ้นอย่างเดิมเพื่อรักษาบูรพประเพณีอันเป็นมิ่งขวัญของการเกษตรไว้สืบต่อไป สำนักพระราชวังและกระทรวงเกษตรจึงได้กำหนดงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ตามราชประเพณีเดิมขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ จนถึงปัจจุบันนี้ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานการพระราชพิธีทุกปี ทรงมีพระราชกระแสให้ปรับปรุงพระราชพิธีเพื่อความเหมาะสมตามยุคสมัยด้วยพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญแต่เดิมมาทำที่ทุ่งนาพญาไท เมื่อได้มีการฟื้นฟูพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญขึ้นใหม่ จึงจัดให้มีขึ้นที่ท้องสนามหลวง ซึ่งเคยเป็นที่ประกอบพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในรัชกาลที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ส่วนผู้ที่จะเป็นพระยาแรกนาในสมัยก่อนเคยโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ ที่ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ เป็นพระยาแรกนา และผู้ที่เป็นเทพีหาบกระบุงทอง กระบุงเงิน บรรจุข้าวเปลือกหว่านนั้น โปรดเกล้าฯ ให้จัดท้าวนางฝ่ายใน เมื่อเวลาได้เปลี่ยนแปลงหน้าที่ตำแหน่งไปแล้วเช่นนี้ เมื่อเริ่มฟื้นฟูพระราชพิธีจรดพระมังคัลแรกนาขวัญขึ้นมาใหม่ พระยาแรกนาจึงได้แก่ อธิบดีกรมการข้าวกระทรวงเกษตร เทพีได้คัดเลือกจากข้าราชการสตรีผู้มีเกียรติในกระทรวงเกษตรในปีต่อมาจนปัจจุบันผู้เป็นพระยาแรกนา ได้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนเทพีนั้นคัดเลือกจากข้าราชการสตรีโสดในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระดับ ๓ - ๔ คือขั้นโทขึ้นไปพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นพิธีเพื่อสิริมงคลแก่พืชพันธุ์ธัญญาหารสนับสนุนส่งเสริมชาวไร่ ชาวนาในการประกอบอาชีพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่งได้เสด็จฯมาเป็นประธานอธิษฐานของความสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารให้มีแก่ อาณาจักรไทยและได้ทรงปลูกพันธุ์ข้าวทดลองในนาทดลองบริเวณสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต ซึ่งเป็นพระราชฐานที่ประทับ เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วพระราชทานนำมาเข้าในพระราชพิธี ประมาณ ๔๐ - ๕๐ กิโลกรัม เมล็ดพันธุ์ข้าวที่พระราชทานมาเข้าพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แบ่งไปหว่านที่ลานประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญส่วนหนึ่งอีกส่วนหนึ่งจัดบรรจุซองส่งไปยัง
จังหวัดต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักรสำหรับแจกจ่ายแก่เกษตรกร เพื่อเป็นสิริมงคลตามพระราชประสงค์ที่ทรงส่งเสริมการเกษตร

พระราชพิธีพืชมงคล
ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เจ้าหน้าที่เชิญพระปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลปัจจุบันพระพุทธคันธารราษฎร์ของรัชกาลที่ ๑ พระพุทธรูปปางสมาธิทรงภาวนาให้ต้นข้าวเกิดงอกงามรอบพุทธบัลลังก์ รัชกาลที่ ๑ ทรงสร้าง พระชัยนวโลหะ รัชกาลที่ ๔ พระชัยนวโลหะ รัชกาลที่ ๕ พระคันธารราษฎร์ขอฝนแบบจีน พระบัวเข็ม เทวรูปพระพลเทพ พระโคอุศุภราช ตั้งบนม้าหมู่ในธรรมาสน์ศิลาหน้าฐานชุกชีพุทธบังลังก์บุษบก พระพุทธมหามณีรัตนปฏิกร ใต้ธรรมาสน์ศิลาตั้งกระบุงทอง กระบุงเงินอย่างละคู่บรรจุข้าวเปลือกพันธุ์ดีที่เป็นของพระราชทานจากนาทดลอง และมีถุงบรรจุพันธุ์พืชต่าง ๆ คือ ผักกาด กวางตุ้งดอก ผักกาดหอม ข้าวโพดขาว ผักกาดขาวปลี แตงกวา พริกชี้ฟ้า แตงกวาผสม ละหุ่ง ผักกาดหัว บวบเหลี่ยม มะระจีน คะน้าใบ ผักกาดขาวใหญ่ ถั่วฝักยาว ถั่วแขก ตั้งโอ๋ น้ำเต้า ข้าวโพดเกษตร ถั่วเหลืองถั่วเขียว เมล็ดงา ผักปวยเล้ง กระเจี๊ยบ ขึ้นฉ่าย ซุนฉ่าย ฟักเขียวผักกาดขาวปลี ผักชี ผักกาดเขียวกวางตุ้ง แฟง ผักขมจีน เผือก มัน แล้ววงสายสิญจน์จากพระพุทธรูปสำคัญโยงไปถวายพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ หน้าธรรมาสน์ศิลาทองเครื่องนมัสการพุ่มพานดอกไม้ธูปเทียนไว้พร้อมก่อนเวลาเสด็จพระราชดำเนิน พระยาแรกนาแต่งกายเครื่องแบบครึ่งยศประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เทพีทั้ง ๔ แต่งกายชุดไหมไทยห่มสไบผ้าไหมประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มายังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จุดธูปเมียนสักการะบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร แล้วไปนั่งเก้าอี้ที่เฝ้าฯ ตามลำดับเวลา ๑๖ นาฬิกา ๓๐ นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์ พระที่นั่งจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐานพระราชวังดุสิตไปยังพระบรมมหาราชวัง เสด็จพระราชดำเนินขึ้นสู่พระอุโบสถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระสัมพุทธพรรณี พระพุทธรูปฉลองพระองค์พระบาท-สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระพุทธรูปฉลองพระองค์พระบาท-สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการที่หน้าธรรมมาสน์ศิลา ทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯแล้วประทับพระราชอาสน์ เจ้าหน้าที่กองศาสนูปถัมภ์กรมการศาสนาอาราธนาศีลพระราชาคณะถวายศืล พระบาทสมเด็จพระเจ้า-อยู่หัวทรงศีล เมื่อทรงศีลแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปที่ธรรมาสน์ ศิลาทรงพระสุร่ายสรงพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์และพระพุทธรูปสำคัญ แล้วทรงประพรมพืชต่าง ๆ ทรงโปรยดอกไม้มีดอกมะลิและกลีบกุหลาบแล้วถวายพวงมาลัยที่พระพุทธรูปทุกองค์ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ทูลเกล้าฯ ถวายแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนพระคันธารราษฎร์ ๒ คู่ และทรงจุดเทียนที่พระคันธาราษฎร์จีนอีก ๑ เล่ม ทรงกราบอธิษฐานขอความสมบูรณ์แห่งพืชผลของราชอาณาจักรแล้วประทับพระราชอาสน์ หัวหน้าพราหมณ์อ่านประกาศพระราชพิธีพืชมงคลเมื่อหัวหน้าพราหมณ์อ่านประกาศพระราชพิธีพืชมงคลจบ พระสงฆ์ ๑๑ รูป มีพระราชาคณะวัดระฆังโฆสิตารามเป็นประธานสงฆ์ และพระเปรียญ ๙ ประโยค จากวัดต่าง ๆ อีก ๑๐ รูป รวมเป็น ๑๑ รูป เจริญพระพุทธมนต์คาถาพืชมงคล จบ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระยาแรกนา เข้าเฝ้าฯ คุกเข่าถวายบังคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหลั่งน้ำสังข์พระราชทานรดที่ศีรษะทรงเจิมแป้งกระแจะที่หน้าผาก พระราชทานใบมะตูนทัดที่ซอกหูขวาและพระราชทานธำรงค์นพเก้าสำหรับสวมที่มือขวา ๑ วง ที่มือซ้าย ๑ วง แล้วพระราชทานพระแสงปฏักที่จะถือใช้วันจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ แล้วลุกขึ้นถวายคำนับ กลับไปนั่งเฝ้าฯ ที่เดิมต่อจากนี้ข้าราชการสตรีในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเทพี ๔ คน ถวายความเคารพเดินเข้าไปหมอบเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหลั่งน้ำสังข์พระราชทานรดที่ศีรษะ ทรงเจิม พระราชทานใบมะตูมทัดที่ซอกหูขวาตามลำดับ ขณะที่พระยาแรกนาและเทพีรับพระราชทานน้ำสังข์นั้น พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถาจนเสร็จการพระราชทานน้ำสังข์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมซึ่งบรรจุในถาดมีคนโทแก้วบรรจุน้ำฝนด้วย เป็นราชประเพณี ที่จะต้องจัดภาชนะบรรจุน้ำฝนถวายพระสงฆ์เฉพาะงานพระราชพิธี มงคล ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงพระราชดำริไว้ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแล้ว ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนาถวายอดิเรก แล้วออกจากพระอุโบสถเมื่อพระสงฆ์ออกจากพระอุโบสถแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้า-อยู่หัวเสด็จฯไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จพระราชดำเนินกลับหลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชดำเนินกลับแล้วคณะพราหมณ์เชิญเทวรูปสำคัญที่ตั้งในมณฑลพิธี คือ พระพลเทพพระโคอุศุภราช ไปเข้าเบญจาพิธีมณฑล ณ โรงพิธีพราหมณ์ ที่ท้องสนามหลวง ที่แท่นมณฑลพิธีนี้ พราหมณ์ได้เชิญเทวรูปสำคัญจากเทวสถานเสาชิงช้ามาตั้งเข้าพิธีคือ พระอิศวร พระนารายณ์ พระอุมาพระพรหม และพระพิฆเณศวร์ พร้อมด้วยกระบุงทอง กระบุงเงินบรรจุข้าวเปลือกที่ได้เข้าพิธีในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามรวมทั้งพืชพันธุ์ต่าง ๆ และเครื่องพิธีตามลัทธิธรรมเนียมของพราหมณ์ คณะพราหมณ์ประกอบพิธีกรรมสวดบูชาพระเวทย์ตลอดคืน

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
เวลาประมาณ ๖ นาฬิกา พระยาแรกนาพร้อมด้วยเทพีแต่งการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พระยาแรกนาสวมสนับเพลาปลายขอบปักดิ้นทอง ถุงเท้าขาว รองเท้าหุ้มส้นสีดำไม่ผูกเชือกมีกรอบทำด้วยโลหะสีทองติดคล้ายโบนุ่งผ้าเยียรบับชายพกพับจีบ ไม่จีบโจง ใช้เชือกสานแถบรัดเอวสวมเสื้อเยียรบับพื้นเขียว ลายทองแขนยาวแบบราชการ กระดุม ๕ เม็ด สวมสายสะพายและประดับราชอิสริยาภรณ์คาดเข็มขัดทำด้วยอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ส่วนเทพีมุ่งจีบหน้านางผ้าเยียรบับหรือผ้าไหมไทยทอยกดอกลายสีทองพื้นสีตามความเหมาะสม สวมเสื้อไหมไทย รัดรูปแขนยาวคาดเข็มขัดทำด้วยโลหะเป็นเกลียว เกี่ยวขัดสีทอง ห่มผ้าสไบปักทองแล่ง ประดับอาภรณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทาน สวมถุงเท้าสีเนื้อ รองเท้าหนังหุ้มส้นสีทองปลายงอนเสร็จแล้วพระยาแรกนาขึ้นรถนต์หลวงออกจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เทพีและข้าราชการ (แต่งเครื่องแบบเต็มยศประดับราชอิสริยาภรณ์) เชิญเครื่องยศขึ้นรถตามเป็นกระบวน เมื่อเข้าสู่พระอุโบสถแล้วพระยาแรกนาและเทพีจุดธูปเทียนถวายนมัสการบูชาพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร แล้วไปที่ปราสาทพระเทพบิดรถวายสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชแล้วไปขึ้นรถยนต์หลวง เป็นกระบวนออกจากวัดพระศรีรัตนศาสดารามไปยังท้องสนามหลวง เวลา ๗ นาฬิกา เจ้าพนักงานจัดคั้งริ้วกระบวนอิสริยยศตามแบบประเพณี โบราณรับพระยาแรกนา พระยาแรกนาลงจากรถยนต์หลวง
แล้วสวมลอมพอกเดินเข้าประจำที่ในกระบวนพร้อมด้วยคู่เคียง ๒ ข้าง ๆ ละ ๘ นาย ผู้เชิญเครื่องยศและเทพีจัดเป็นรูปกระบวนยาตราไปยังโรงพิธีพราหมณ์ ประโคมกลองชนะ สังข์ แตร ตลอดทาง

พระยาแรกนาเข้ากระบวนเดินอยู่กลางระหว่างคู่เคียง มีพนักงานเชิญบังสูรย์และสัปทนกางกั้น พนักงานนุ่งผ้าม่วงสีน้ำเงิน เสื้อนอกขาวคาดรัดประคดแดง

หลังพระยาแรกนาข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระดับ ๕ - ๖ แต่งเครื่องแบบเต็มยศเชิญเครื่องยศของพระยาแรกนา ซึ่งได้ราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า มีพานหมากทองคำลงยาเครื่องพร้อม( มี จอกหมาก จอกยาฝอย ซองพลูตลับภู่ มีดเจียนหมากทำด้วยทองคำ) กระโถนทองคำขอบสลัก กาน้ำทองคำทรงมัน มีพานรอง คนโททองคำมีพานรอง)เมื่อพระยาแรกนาเข้าสู่โรงพิธีพราหมณ์ หัวหน้าพราหมณ์เชิญพระยาแรกนาไปที่แท่นเบญจามณฑลพิธี จุดธูปเทียนบูชาเทวรูปพระผู้เป็นเจ้าซึ่งเชิญมาประดิษฐานในการประกอบพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ คือ พระอิศวร พระนารายณ์ พระอุมา พระพรหมพระพิฆเณศวร์ พระพลเทพ พระโคอุศุภราช พระยาแรกนาจุดธูปเทียนสักการะบูชาแล้วไปนั่งพัก ณ เก้าอี้ที่จัดให้พร้อมด้วยเทพีและผู้เชิญเครื่องยศ หัวหน้าพราหมณ์เข้าไปหลั่งน้ำสังข์ที่มือและให้ใบมะตูมแก่พระยาแรกนาและเทพีทั้ง ๔ ต่อจากนี้ หัวหน้าพราหมณ์เชิญโต๊ะเงินใส่ผ้านุ่งสำหรับเสี่ยงทายมีผ้าที่นุ่งอยู่เดิม ผ้านุ่งเสี่ยงทายมี ๓ ผืน ขนาดกว้าง ๔ คืบ ๕ คืบ ๖ คืบ มีคำพยากรณ์ ดังนี้
ผ้า ๔ คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะมากสักหน่อย นาในที่ดอนจะได้ผลบริบูรณ์ดี นาในที่ลุ่มอาจจะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่
ผ้า ๕ คืบ พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลสมบูรณ์และผลาหารมังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์
ผ้า ๖ คืบ พยากรณ์ว่า น้ำน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ดอนอาจจะเสียหายบ้างได้ผลไม่เต็มที่
ครั้นพระยาแรกนานุ่งผ้าเสี่ยงหายทับอีกชั้นหนึ่งแล้วออกมานั่งรอ ณ ที่เดิม
เวลา ๘ นาฬิกา ๓๐ นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระตำหนักจิตรดารโหฐาน พระราชวังดุสิต มาถึงพลับพลา ณ ท้องสนามหลวง พระบรมวงศานุวงศ์ องคมนตรี นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ประธานรัฐสภา รัฐมนตรี ข้าราชการ ทหารพลเรือน และคณะทูตานุทูต เฝ้าฯ รับเสด็จ นอกจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดที่นั่งไว้ในปะรำ ให้กลุ่มชาวนา เกษตรกรเฝ้าฯ และชมพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญด้วยเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ถึงแถวทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์เป่าแตรถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ขึ้นประทับ ณ มุขกลาง พลับพลา

ส่วนทางโรงพิธีพราหมณ์ตั้งแถวแตรกลองชนะยืนอยู่กับที่ และได้ตั้งกระบวนสำหรับพระยาแรกนาจะเข้าสู่ลานแรกนา มีราชบัณฑิต
๑ (ผู้เป็นเปรียญธรรม) เชิญพระเต้าเทวบิฐบรรจุน้ำพระพุทธมนต์ พระเต้านี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงสร้างขึ้นและโปรดให้ใช้ประพรมพื้นแผ่นดินในพระราชพิธีจรดพระนังคัล-แรกนาขวัญเป็นราชประเพณีสืบมา ถัดจากราชบัณฑิตมีพราหมณ์เป่าสังข์ ๑ คู่ พราหมณ์เชิญ พระโคอุศุภราช ๑ คนนำ และมีกรรชิงหน้า ๑ คู่ กรรชิงหลัง ๑ คู่ แล้วถึงพระยาแรกนาถึงพระแสงปฏักที่ได้รับพระราชทาน หลังพระยาแรกนา หัวหน้าพราหมณ์เดิมตาม แล้วเทพีทั้ง ๔ หาบกระบุงทอง ๑ คู่ เงิน ๑ คู่ บรรจุข้าวเปลือกตาม เมื่อถึงพลับพลาที่ประทับพระยาแรกนาส่งพระแสงปฏักให้หัวหน้าพราหมณ์ถือไว้ พระยาแรกนาเข้าไปเฝ้าฯ ที่ชานชั้นลดพลับพลาตรงที่ประทับ คุกเข่า ถวายบังคม ๓ ครั้ง แล้วถอยออกมารับพระแสงปฏักจากหัวหน้าพราหมณ์เดินเข้าสู่ลานแรกนา ตรงไปที่พระโค ๒ ตัวที่เทียมแอก พระยาแรกนาเจิมคันไถแล้วเจิมพระโคทั้งคู่ครั้นได้มงคลอุดมฤกษ์ โหรหลวงบูชาพระฤกษ์และลั่นฆ้องชัย เจ้าพนักงานพิธีย่ำมโหระทึกประโคมแตรฝรั่ง ปี่พาทย์ทำเพลงพร้อมกันพระยาแรกนาจับหางคันไถมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งถือพระแสงปฏัก บัณฑิตถือพระเต้าเทวปิฐสาดพรมน้ำ พระพุทธมนต์ลงในพื้นดิน และพราหมณ์เชิญเทวรูปพระโคอุศุภราชและพระพลเทพ เดินนำหน้าพระโค พระยา- แรกนาเดินไถดะไปตรอม โดยขวางตรอมแล้วส่งพระแสงปฏักให้หัวหน้าแล้วส่งพระแสงปฏักให้หัวหน้าพราหมณ์ถือไว้ พระยาแรกนาหยิบพันธุ์ ข้าวเปลือกในกระบุงทองกระบุงเงินที่เทพีหาบตามหว่านลงในลานแรกนาจนครบ ๓ รอบ แล้วไถกลบอีก ๓ รอบ เมื่อครบแต่ละรอบโหรหลวงลั่นฆ้องชัย เจ้าพนักงานประโคมแตรงอนแตรฝรั่ง ส่วนปี่พาทย์และมโหระทึกบรรเลงและย่ำพร้อมกันตลอดเวลาครั้นหว่านกลบเสร็จแล้ว พระยาแรกนารับพระแสงปฏักจากหัวหน้าพราหมณ์กลับเข้าสู่โรงพิธีพราหมณ์พร้อมด้วยเทพีโดยกระบวนไม่ผ่านหน้าพลับพลา ราชบัณฑิตเชิญพระเต้าเทวปิฐและพราหมณ์เชิญเทวรูปพระพลเทพ พระโคอุศุภราช ไปตั้งยังแท่นเบญจาตามเดิม พนักงานผู้ทำหน้าที่ดูแลพระโคปลดพระโคออกจากแอกแล้วจูงพระโคทั้งคู่ไปยืนที่ขอบลานแรกนาตรงหน้าพลับพลาที่ประทับพราหมณ์ถือถาดวางกระทงบรรจุของเลี้ยงพระโคเป็นการเสี่ยงทายถาดละ ๗ สิ่ง คือ ข้าวเปลือก ข้าวโพด ถั่ว งา เหล้า น้ำ หญ้า พระโคกินอะไรพราหมณ์ผู้ถือถาดกระทงอาหารจะได้แจ้งแก่โหรหลวงแล้วโหรหลวงจดรายงานพยากรณ์ให้ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กราบบังคมทูลถึงผ้านุ่งเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยงเมื่อจบคำกราบบังคมทูลแล้ว รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กราบบังคมทูลเบิกชาวนา ผู้ชนะการประกวดผลผลิตข้าวแต่ละภาค รวม ๔ คน เข้าเฝ้าฯรับพระราชทานรางวัลตามลำดับแล้วต่อจากนี้เบิกเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสหกรณ์ดีเด่นเข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานโล่เกียรติคุณ พระยาแรกนาจะได้ยาตรากระบวนอิสริยยศออกจากโรงพิธีพราหมณ์ผ่านหน้าพลับพลาที่ประทับ เมื่อถึงหน้าพลับพลาพระยาแรกนาเข้าไปคุกเข่ากราบถวายบังคม ๓ ครั้ง แล้วถอยออกมาเข้ากระบวนต่อไปกระบวนผ่านพลับพลาแล้วพระยาแรกนาขึ้นรถยนต์หลวงไปรอเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่แปลงนาทดลองในบริเวณสวนจิตรลดาพระราชวังดุสิต พร้อมด้วยเทพีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งออกจากพลับพลาพิธี ณ ท้องสนามหลวง ไปยังแปลงนาทดลองในสวนจิตรลดาอันเป็นพระราชฐานที่ประทับ แล้วโปรดเกล้าฯพระราชทานพันธุ์ข้าวให้พระยาแรกนาหว่านในแปลงทดลองสำหรับนำไปใช้พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญปีต่อไป หลังจากนั้นทรงพระราชปฏิสันถารเกี่ยวกับการเกษตร ประมง ปศุสัตว์ แล้วเสด็จขึ้น

ข้อมูลจาก  : หนังสือวันสำคัญโครงการปีรณรงค์วัฒนธรรมไทยฯ ของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ

ความหมาย
วันพืชมงคล หมายถึง วันพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพระราชพิธีที่สืบทอดมาแต่โบราณ เพื่อเป็นศิริมงคลแด่พืชพันธ์ธัญญาหารบำรุงขวัญเกษตรกรและเตือนให้เริ่มเพาะปลูกข้าวและพืชไร่อันเป็นธัญญาหาร หลักในการดำรงชีวิตของชาวไทย




วันสำคัญ

วันสำคัญในประเทศไทย article
เรื่องที่เขียนไว้ในสมุด
วันขึ้นปีใหม่ article
วันมาฆะบูชา article
วันจักรี article
วันสงกรานต์ article
วันฉัตรมงคล article
วันวิสาขบูชา article
วันอาสาฬหบูชา article
วันเข้าพรรษา article
วันออกพรรษา article
วันตักบาตรเทโว article
เทศกาลกฐิน article
วันปิยมหาราช article
วันลอยกระทง article
พิธีลอยกระทง article
วันพ่อแห่งชาติ (วันชาติ) article
วันรัฐธรรมนูญ article
วันพระเจ้าตากสินมหาราช article
วันเวียนเทียน article
วันรพี article
วันสารทไทย article
เพื่อนรักเชิญพักตรงนี้ article



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.
แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดสมุทรปราการ
เชิญส่งบทความ หรือกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม การออกค่ายอาสาพัฒนา บันทึกการเดินทาง ท่องเที่ยว ประสบการณ์ชีวิต เล่าเรื่องราว ประกาศคนหาย บอกบุญ ลงในเว็บไซต์ www.9anant.com หรือส่งตรงที่ webmaster@9anant.com