ReadyPlanet.com
dot
dot
หลานนารา
dot
bullet22 ต.ค.59
bullet27 ต.ค.59
bulletพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต
bulletค้นหาไปรษณีย์/EMS
bulletDictionary
dot
Inside 9anant
dot
bulletห้องแสดงอารมณ์ของผม
bulletบ้านคนรักสุนทราภรณ์
dot
บทความ
dot
bulletสงคราม ไม้เรียว และเพื่อน
bulletเขาหาว่าผมหลบหนีสังคม
bulletสังคมไร้คุณธรรม
bulletทำบุญเข้าพรรษา
bulletจดหมายถึงส้ม
bulletฤๅว่าชู้สาว
bulletเด็กแนว ตอนที่ ๑
bulletเด็กแนว ตอนที่ ๒
bulletคำนึงอดีต ภาค ๑
bulletคำนึงอดีต ภาค ๒
bulletคำนึงอดีต ภาค ๓
dot
ไดอารี่ที่เปิดเผย
dot
bulletเม็ดทรายที่ก้นอ่าว
bulletมุมมืดแห่งทะเลน้ำใจ
bulletเด็ก กับ วัด
bullet เธอชื่อ.......สายฝน
bulletบุญพาไป
bulletแด่แม่ใน้ผู้จากไป
dot
ภาพ-คลิปท่องเที่ยว
dot
bulletอัมพวาสมุทรสงคราม
bulletเมืองสุพรรณยันสามชุก
bulletภาพเที่ยวเมืองโบราณ
bulletรวมคลิปอยากให้ดู
bulletบ้านลัดนัน
bulletเพื่อนแท้
bulletบีม บอส บิว
bulletความทรงจำ
bulletอัลบั้มรวม
dot
คลิปขนมไทย
dot
bulletวิธีทำลูกชุบ
bulletฝอยทอง
bulletขนมสัมปันนี
bulletขนมครก
bulletขนมถ้วย
bulletขนมต้มใบเตย
bulletขนมต้มขาว
bulletขนมชั้น
dot
VDO น้ำพริก
dot
bulletน้ำพริกนครบาล
bulletน้ำพริกกะปิ
bulletน้ำพริกมะขามสด
bulletน้ำพริกมะม่วง มะดัน
bulletน้ำพริกกระท้อน
bulletน้ำพริกปลาย่างแมงดา
bulletน้ำพริกพริกไทยสด
bulletน้ำพริกไข่ปูทะเล
bulletน้ำพริกลงเรือ
bulletน้ำพริกอ่อง
bulletน้ำพริกเต้าเจี้ยว
dot
ราชการ
dot
bulletตรวจสลากล็อตเตอรี่
bulletราคาประเมิน
bulletสำนักงาน กพ.
dot
Oldies Music Video
dot
bulletNeil Young, Eagle Live
bulletEric Clapton/BB King
bulletGrand Funk/Deep purple
bulletThe Venture / Cliff Richard
bulletOldies Song
bulletBlue Brathers
bulletBlue Brathers
bulletJim Reeves/Garth Brooks
bulletBB King /Eric Clapton
dot
พักผ่อนหย่อนใจ
dot
bulletเที่ยวไปกับ ขสมก.
bulletศูนย์ฯ ฝึกอบรมทองผาภูมิ
bulletการเท่องเที่ยว (ท.ท.ท.)
bulletเที่ยวกับการรถไฟ
bulletท่องเที่ยวตกปลา
dot
กีฬา
dot
bulletผลฟุตบอลวันนี้
bulletHotleague
bulletสยามสปอร์ต
bulletอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์
dot
อ่านหนังสือพิมพ์
dot
bulletHot News Sanook
bulletT News
bulletรวมลิงค์ข่าว
bullet27 ต.ค.59
dot
Newsletter

dot


เล่าเรื่องเที่ยวแบบง่าย ๆ สไตล์ของคุุณเอง
พาเที่ยวตลาดน้ำ ในประเทศไทย
ร้านอาหารประทับใจ
ตลาดน่าเที่ยวทั่วไทย
คบกันมาสี่สิบกว่าปีมิตรภาพมากมายที่ควรแก่การจดจำ
มิตรภาพชีวิตใน อผศ.


คำนึงอดีต ภาค ๓

     

 
ขีวิตเสรีหรือไม่มีจุดหมาย

            คืนใดมีหนังขายยามาฉายที่ลานวัดทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะเตรียมตัวกันตั้งแต่ตอนเย็นแต่งตัวชุดที่คิดว่าดีที่สุด สวยหรือหล่อที่สุดมาประกวดกันก่อนหนังฉายและในโอกาสอย่างนี้ขาวจะได้โชว์เสื้อลงแป้งกลีบโง้งของเขาอีกแล้ว หลายคนหอบเสื่อหอบหมอนมาจับจองที่ปูนอนดูหน้าจอหนังนับว่าเป็นความสะดวกสบายเอามาก ๆ ทีเดียวแต่บางครั้งก็ต้องระวังเหมือนกันหากเผลอตัวยืนบังผู้อื่นอาจจะถูกขว้างเอาได้พ่อค้าแม่ค้ามาตั้งร้านขายของส่องไฟกันมากมายช่วยเพิ่มสีสันและความครึกครื้นเข้าไปอีกบางร้านที่ใช้ตะเกียงจ้าวพายุก็จะต้องใช้กระดาษบังไฟ ด้านจอหนังไว้เมื่อหนังฉายมิฉะนั้นแสงไฟจากตะเกียงจะส่องไปที่จอหนังทำให้เห็นตัวหนังสือไม่ชัดเจนตะเกียงจ้าวพายุนี้เวลาสูบลมเต็มที่แล้วสว่างมากทีเดียวพอลมอ่อนจะหรี่ลงต้องสูบลมเพื่อเติมเวลาจะจุดต้องใช้แอลกอฮอล์จุดล่อให้ใส้ตะเกียงเริ่มสุกสว่างทีละน้อย ตะเกียงจ้าวพายุตรารัตนมาลากับตราผีเสื้อจะเป็นที่นิยมมากราคาก็แพงสำหรับใส้ตะเกียงยังจำได้ว่าที่นิยมเป็นของรัตนมาลากับโคแนน ร้านค้าที่ใช้ตะเกียงลาน ตะเกียงแก๊ส ตะเกียงกระป๋องและตะเกียงรั้วจะไม่ค่อยมีปัญหากับจอหนัง กล่าวถึงหนังขายยาแล้วยังจำได้ไม่ลืมว่ากว่าจะได้ดูในแต่ละคืนจะต้องทนฟังโฆษณาสินค้าขายสินค้ากันอย่างน่าเบื่อ สำหรับพวกเราที่อยากจะดูหนังเพียงอย่างเดียวมิหนำซ้ำพอจบในแต่ละม้วนจะพักโฆษราขายสินค้าอีกหนังบางเรื่องมี 5 ม้วน บางเรื่องแบ่งเป็น 5 ม้วนก็มี บางทีไม่จบม้วนก็หยุดโฆษณาแล้ว แต่ก็ดีไปอย่างที่มีการพักกันบ้างเพื่อนักดูหนังฟรีจะได้ฉวยโอกาสนี้ไปถ่ายอุจจาระปัสสาวะกัน บางคนมีสตางค์ติดตัวอยู่บ้างก็จะได้ไปซื้ออาหารหรือขนมมากินกันหนังบางเรื่องคงจะเก่าเอามาก ๆ ใช้งานมาอย่างหนักเวลาฉายฟิล์มหนังจะไหม้บ่อย ๆ พอไหม้ทีก็จะมีภาพไหม้ออกมาบนจอผู้ชมก็จะส่งเสียงโห่ร้องกันเป็นที่สนุกสนานผู้ฉายก็จะหยุดฉายแล้วต่อฟีล์มหนัง บางคืนหนังไหม้บ่อยขนาดที่นักโห่ร้องหนังไหม้เลิกส่งเสียงไปเองคงหมดเสียงที่จะโห่ร้องเสียแล้วที่น่าแปลกใจเป็นอย่างมากก็อยู่ที่คนฉายหนังคนพากย์หนังนั้นมีเพียงคนเดียวเท่านั้นฉายไปด้วยพากย์ไปด้วย พากย์ทั้งพระเอก นางเอก ผู้ร้าย ตัวตลก ตัวประกอบต่าง ๆ นับว่ามีความสามารถมาก หลายครั้งพวกเราไม่ได้ตั้งใจดูหนังนักแต่ต้องการไปดูคนพากย์แทน พากย์ไปก็แสดงท่าทางไปด้วยยืนดูยังรู้สึกเหนื่อยแทนหนังหมดม้วนนั่นแหละจึงได้พักจากพากย์หนัง แต่ก็ยังต้องมาโฆษณาขายสินค้าต่อไปอีกถึงเวลานี้พวกเราก็เดินเตร่ออกไปดูตามร้านขายของนอกจากอารต่าง ๆ ที่นำมาขายกันแล้ว อ้อยควั่น ถั่วต้ม ขนมหวาน น้ำแข็งใส ที่พวกเด็ก ๆ มักเรียกว่าหวานเย็น ก็มีอยู่ทั่วไป สำหรับขนมตังเมจะเป็นที่นิยมของเด็กเล็กมากทีเดียวมีน้ำตาลผสมแป้งและนมสีขาวนวลปนถั่วลิสงนิดหน่อยพร้อมกลิ่นอันหอมหวลชวนกินยิ่งนัก วิธีซื้อตังเมนั้นพ่อค้าจะให้มีการเสี่ยงโชคด้วยการกดจากเครื่องมือซึ่งมีรูปร่างคล้านนาฬิกาแขวนแต่มีเข็มเพียงเข็มเดียวเมื่อกดที่ปุ่มแล้วสปริงจะทำงานเข็มเพียงเข็มเดียวเมื่อกดที่ปุ่มแล้วสปริงจะทำงานเข็มหมุนไปตามช่องต่าง ๆ ซึ่งจะมีหมายเลขกำกับไว้ตั้งแต่หมายเลขหนึ่งถึงหมายเลขห้าก็มีแค่หมายเลขสี่ก็มี ซีงบนหน้าปัดจะมีช่องหมายเลขหนึ่งมากที่สุดเข็มไปหยุดช่องหมายเลขใดก็จะได้ตังเมเป็นจำนวนชิ้นเท่ากับหมายเลขที่เข็มชี้อยู่ เด็ก ๆ จึงชอบซื้อกันมากใครกดได้มากชิ้นจะดีใจจนกระโดดโลดเต้นไปเหยียบเท้าเด็กอื่นซึ่งรอคอยต่อคิวอยู่ถึงกับเป็นอันต้องชกต่อยกันบ่อย ๆ ต่อมาภายหลังจึงทราบว่าการขายตังเมวิธีนี้เป็นเล่ห์ของพ่อค้า ไม่ว่าเด็กจะกดได้หมายเลขใดพ่อค้าก็ยังไม่มีทางขาดทุนเขายังคงเสียตังเมเท่ากันทุกช่องนั่นแหละกล่าวคือหากกดได้หมายเลขหนึ่งพ่อค้าก็จะใช้มือที่ไม่เคยล้างแม้จะใช้ปาดเหงื่อเช็ดน้ำมุกน้ำลายมาทั้งวันยนังคงเอามือที่หมักหมมนั้นดึงตังเมให้มีขนาด ใหญ่ยาวตามราคาหากใครกดได้หมายเลขมาก ๆ ขนมตังเมแต่ละชิ้นก็จะถูกดึงให้ขนาดเล็กและสั้นลงเคยทดลองเอามารวมเป็นชิ้นเดียวกันแล้วก็มีขนาดเท่า ๆ กับคนที่กดได้ขนาดหนึ่งชิ้นนั่นแหละไม่ได้มากกว่ากันเลย กว่าจะรู้ความจริงก็เสียเงินไปหลายสลึงและในบางครั้งยังต้องไปเสียอีกขอเพียงได้กดปุ่มให้เข็มหมุนเพื่อการเสี่ยงรู้สึกเร้าใจ เล่ห์เหลี่ยมในการค้าขายนั้นคงมีมาแต่โบราณกาลแล้วโดยเฉพาะในถิ่นชนบทจะถูกล่อหลอกอยู่เป็นประจำพวกพ่อค้าแม่ค้าต่างถิ่นจะเหมาเอาว่าคนบ้านนอกนั้นหลอกง่ายพวกฉันเข้าใจแจ่มชัดว่าความจริงไม่เป็นเช่นนั้นและมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าคนบ้านนอกมิใช่คนโง่เพียงแต่ในโอกาสและภาวะเช่นนั้นพวกเราไม่ได้แสดงถึงความเฉลียวฉลาดให้ใครได้รับรู้เท่านั้น

           จากสภาพสังคม สภาพการปกครองที่สั่งสมกันมาช้านานทำให้วิถีชีวิตเป็นไปอย่างนี้แต่ชีวิตก็ราบรื่นมีความสุขโอภาปราศรัยช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาโดยตลอดวันใดบ้านใครทำแกงหม้อใหญ่ก็ตักไปเผื่อแผ่เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงบ้านใครทำงานบุญงานกุศลเพื่อนบ้านจะมาช่วยกันทำงานอย่างขะมักเขม้นมีการฆ่าหมู ฆ่าวัว ฆ่าควายเป็นตัว ๆ สำหรับกุ้งปลาไก่นั้นมีมากมายอยู่แล้วเรียกว่าพอมีงานทีเพื่อนบ้านตลอดคลองไม่ต้องหุงหาอาหารกินกันเลยทีเดียว เข้าใจว่าพื้นฐานเหล่านี้คนในเมืองไม่ค่อยมีต่างคนต่างอยู่ความผูกพันจึงมีน้อยนิดก็ได้แต่ภาวนาว่าคนเมืองหลวงอย่าได้ถูกพ่อค้าห้างใหญ่หลอกให้ซื้อสินค้าลดราคาแต่ไร้มาตรฐานเหมือนเด็กบ้านนอกถูกหลอกให้ซื้อตังเมก็แล้วกัน

           วันหยุดเรียนพวกฉันดูจะมีความสุขมากทุกคนรีบทำงานตามที่พ่อแม่มอบหมายให้เสร็จไว ๆ จะได้ไปพบพวกเพื่อน ๆ ที่มักจะมารวมตัวกันอยู่บ้างวัดโดยเฉพาะหลังโบสถ์ แล้วพวกเราจะพากันวิ่งเล่นด้วยความสนุกสนานหาของกินตามธรรมชาติ มะขาม มะขามเทศ มะขวิด พุทราป่า ลูกกระทกรก บางครั้งไปวิดน้ำจับกุ้งปลามาปิ้งย่างกินกันเพื่อนหลายคนเป็นมือหนังสะติ๊กยิงได้แม่นยำมากแต่สำหรับฉันเป็นมือหนังสะติ๊กที่ไม่เอาไหนจริง ๆ นอกจากจะยิงไม่แม่นแล้วมักจะทำหนังสะติ๊กสะบัดถูกมือต้องเจ็บเอาบ่อย ๆ เพื่อนบางคนชอบยิงนกมาย่างกินหากคราวใดฉันได้ไปด้วยจะขอร้องเพื่อนไว้อย่าได้ยิงนกเลย บางทีอาจไม่ใช่เพราะฉันกลัวบาปดอกแต่เป็นเพราะมีความรู้สึกว่านกเป็นสัตว์ที่มีลีลาเคลื่อนไหวสวยงามไม่ว่าเวลาจะบินหรือเกาะกิ่งไม้ ที่สำคัญเมื่อนกบินไปมาบนท้องฟ้าฉันได้พบเห็นถึงความเป็นอิสระเสรีที่คิดเช่นนี้มิได้มีแต่ฉันคนเดียว จุก เบิ้ม แมว กล้า และอีกมากมายก็เป็นเช่นเดียวกันจึงเห็นพ้องต้องกันว่าไม่ควรทำลายชีวิตนกแล้วนำมาเป็นอาหารของคน บ่อยครั้งที่ชวนเพื่อนไปนั่งเล่นชายทุ่งเพื่อมองดูหมู่นกโผบินไปมาก่อนให้เกิดความคิดใคร่จะบินได้เหมือนนกเพื่อบินไปสู่จุดหมายที่ต้องการพบต้องการเห็นอย่างอิสระเสรี อารมณ์แห่งความสุขเปี่ยมล้นยากบรรยายเคยถามตนเองว่าตอนนั้นทำไมจึงคิดเช่นนี้ คะเนเอาว่าคงเกิดจากวิญญาณแห่งอิสระภาพซึ่งก่อเกิดอยู่ภายในจิตใจมนุษย์ทั่วกันทุกคน

           ในวัยเด็กเมื่อถูกจำกัดด้วยอายุตลอดจนสถานะต่าง ๆ สภาพสังคม ความเป็นอยู่เป็นกรอบบังคับจึงมีวิธีคิดง่าย ๆ อยากจะบินไปทุกหนทุกแห่งด้วยพลังของตัวเองเพื่อค้นหาความหมายที่ตนเองปรารถนา ฉันได้เห็นนกจำนวนมากบินถลาเล่นลมบินเดี่ยวบ้างคู่บ้างบินเป็นฝูงก็มีนั่นคือการแสดงลีลาแห่งอิสระภาพ วิญญาณแห่งนกเสรีที่มีอยู่ในตัวโดยไม่ต้องเรียกร้อง ด้วยประกายแห่งความคิดเหล่านี้ภายหลังต่อมาเอกลูกลุงแก้วกับป้าสำลีซึ่งได้ไปเรียนหนังสือที่กรุงเทพด้วยกันและเป็นเพื่อนสนิทร่วมความคิดร่วมอุดมการณ์เคยร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ในการนั่งนอนกินข้างถนนเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยที่ประชาชนคนไทยปรารถนามาด้วยกันตั้งแต่ก่อนสิบสี่ตุลาคมสองพันห้าร้อยสิบหกจวบจนถึงสิบหกตุลาสองพันห้าร้อยสิบเก้า ดวงวิญญาณของเพื่อนจึงได้หลุดลอยจากไปด้วยผลงานของกลุ่มผู้เผด็จการหลงไหลในอำนาจ จนบัดนี้เอกจะทราบถึงผลของการเรียกร้องหรือไม่ฉันไม่อาจรู้ได้ การเรียกร้องที่แม้แต่พ่อแม่พี่น้องบางคนยังไม่เข้าใจ ทั้งที่พวกเราได้กระทำไปด้วยจิตใจบริสุทธิ์แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้นำชั้นหัวแถวแต่ก็ได้ร่วมแรงร่วมใจเสี่ยงภัยด้วยความเต็มใจและเหนื่อยล้ามาด้วยกัน พวกเรากลายเป็นพวกหัวรุนแรงที่ไม่พึงปรารถนาในขณะที่เรียกร้องและนำเสนอความคิดความต้องการอันบริสุทธิ์ พ่อกันแม่ต้องเศร้าเสียใจในการกระทำของพวกเรา ลุงแก้วกับป้าสำลีนอกจากโกรธเอกเป็นอย่างมากแล้วยังพลอยโกรธและเกลียดฉันไปด้วย แต่ด้วยจิตวิญญาณที่มีอยู่ เอก ฉัน เพื่อน ตลอดจนนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนที่มีความปรารถนาในอุดมการณ์เดียวกัน จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องร่วมอดทนต่อสู้เป็นระยะเวลายาวไกลเพื่อการได้มาของชีวิตเสรี ซึ่งก็คงคุ้มค่าแม้จะต้องจ่ายค่าทดแทนด้วยเลือดเนื้อและชีวิต ต้องเสี่ยงต่อการถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ทั้งที่เราเพียงต้องการได้รับการปลดปล่อยจากอำนาจเผด็จการและหวังให้ประชาชนคนไทยได้มีส่วนร่วมในการดำเนินชีวิตของตนที่เรียกว่าประชาธิปไตย หลายต่อหลายชีวิตปลิดปลงลงกลายเป็นดวงวิญญาณแห่งเสรีภาพการเปลี่ยนแปลงบางครั้งต้องเจ็บปวดเช่นนี้จริง ๆ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่พวกเราทุกคนจะต้องถนอมรักษาสิ่งที่ได้ฟันฝ่าแสวงหาไว้ให้ดีที่สุด โดยเฉพาะผลที่ได้รับตกเป็นของประชาชน โดยพลังประชาชนเพื่อประชาชนอย่างแท้จริงไม่มีผู้ใดมาอ้างเป็นบุญคุณได้เนื่องจากเป็นสิ่งที่พวกเราสมัครใจเรียกร้องเพื่อให้ได้มาด้วยตนเองไม่มีผู้ใดมาบีบบังคับและไม่มีผลประโยชน์ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง แม้บางคนจะต้องสูญเสียเหลือเพียงความภาคภูมิใจเก็บไว้ในความทรงจำเท่านั้นดังเช่นลุงแก้วกับป้าสำลีผู้สูญเสียเอกลูกชายที่แสนดีไปคนหนึ่ง ลุงกับป้าไม่เคยเรียกร้องต้องการสิ่งตอบแทนใด ๆ จึงได้แต่หวังว่า ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งที่เคยร่วมต่อสู้และบางคนเพียงเฝ้ามองดูการต่อสู้หรือผู้ใดก็ตามก็ไม่บังควรเป็นอย่างยิ่งที่จะฉกฉวยเอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นเครื่องมือให้ตนเองหรือพวกพ้องมิฉะนั้นวิญญาณของชีวิตเสรีที่สูญสิ้นไปแล้วจะต้องร่วมกันร้องให้คร่ำครวญมากไปกว่าเดิมเสียอีก

ชีวิตที่แตกต่าง

           ฉันยังคงไม่รู้ว่าบรรดานกต่าง ๆ กำหนดทิศทางการบินได้อย่างไรไม่เห็นจะชนกันเลย ที่บินเป็นฝูงก็มีการจัดระเบียบการบินอย่างมีแบบแผนมีผู้นำฝูงอยู่ด้วย ซึ่งจะเป็นตัวที่คอยกำหนดทิศทางและปรับรูปขบวนของมวลหมู่นกฝูงนั้น ฉันเรียกนกเหล่านี้ว่า นกเสรี คนเราก็ต้องการความเป็นอิสระเสรีเช่นกันจึงควรปล่อยให้นกเหล่านั้นสาดฉายความเป็นอิสระเสรีอยู่บนท้องฟ้าให้ปรากฏแก่สายตามวลมนุษย์ต่อไปเป็นการกระตุ้นวิญญาณแห่งความรักอิสระภาพ เสรีภาพของผู้คนให้บังเกิด ฉันจึงไม่ทำร้ายนก ไม่กินนกและยังคงเห็นว่าของอื่นที่หากินง่ายมีอีกมากมาย นับจากวันนั้นเมื่อนำมากล่าวกันในวันนี้ฟังดูเหลือเชื่อที่บางครั้งกุ้งก้ามกรามตัวใหญ่ขึ้นมาอออยู่ตามแอ่งน้ำชายตลิ่งตอนหน้าหนาว พวกเราจะช่วยกันต้อนจับบ้างหรือเอากาด เอาฉมวกมาแทงบ้าง นำไปเผามีกลิ่นหอมอบอวลชวนกิน จิ้มน้ำปลาแสนเอร็ดอร่อย มีมากมายจริง ๆ กินเปล่า ๆ จนนึกเบื่อเพื่อนบางคนวิ่งไปเอาข้าวสวยมาคลุกน้ำปลากับกุ้งล้อมวงกินกันเป็นที่อิ่มหนำสำราญทำไมพวกเราจึงไม่ปล่อยให้กุ้งมีชีวิตอยู่ต่อไปเหมือนนกอาจเนื่องมาจากไม่เห็นวิญญาแห่งความป็นอิสระเสรีในกุ้งปลาที่อยู่ในน้ำจึงได้เห็นเขาเหล่านั้นเป็นเพียงอาหาร มีบางครั่งพ่อจับปลามาปล่อยเลี้ยงไว้โดยกั้นเฝือกริมตลิ่งข้างคลองมีสภาพน้ำขึ้นน้ำลงตามธรรมชาติฉันเฝ้ามองปลาแหวกว่ายอยู้เป็นประจำ ได้พบการแหวกว่ายที่สวยงามเห็นถึงความสนุกสนามแมั้จะไม่เห็นซึ้งถึงความเป็นอิสระเสรี ปลาเหล่านี้ฉันก็จะไม่นำมากินเป็นอาหาร ในภายหลังฉันได้ถึงเอาเฝือกที่พ่อกั้นขังปลาไว้ริมน้ำออกเพื่อให้ปลาได้มีอิสระว่ายไปยังสถานที่ที่ต้องการปรากฎว่ามีปลาหลายตัวพอใจอาศัยอยู่ที่เดิมไม่ต้องการอิสระภาพเหมือนปลาตัวอื่นคงคิดว่ามีผู้คุ้มครองปลอดภัยดีแล้ว คนบางคนก็คงเป็นเหมือนเช่นเดียวกับปลาพวกนี้หลายคนเรียกร้องหาเสรีภาพอีกหลายคนกลับเมินเฉย หลายคนใฝ่หาความเป็นธรรมในสังคมแต่อีกส่วนหนึ่งกลับไม่นำพา การถูกปกครองควบคุมโดยอำนาจอาจดูคล้ายปลอดภัยที่มีผู้ดูแลคุ้มครองไม่ได้เฉลียวใจเลยว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงเลิกทาสไปแล้ว กลับต้องมาเป็นทาสทั้งร่างกายทั้งความคิดประดุจเดียวกับปลาที่รู้สึกปลอดภัยไม่ยอมว่ายออกไปเหมือนตัวอื่นหารู้ไม่ว่าหากวันใดฉันหรือพ่อแม่เปลี่ยนใจนึกอยากจะต้มยำทำแกงปลาพวกนี้ก็จะต้องตาย ชีวิตอยู่ในเงื้อมมือที่จะถูกชี้ความเป็นตายได้เสมอ ปลาไม่มีสมองคิดได้ดังคนเรา ดังนั้นฉันจึงคิดว่าคนเราหากต้องการเสรีภาพไม่ควรฝากการดำเนินชีวิตไว้ในเงื้อมมือผู้อื่นหรืออาศัยอยู่ภายใต้ร่มเงาของผู้มีอำนาจซึ่งแม้ในความเป็นจริงผู้มีอำนาจอาจจะสามารถชี้หรือนำให้เราไปสู่ความเจริญก้าวหน้ามีลาภ มียศได้ก็ตามทีแต่เมื่อได้คิดและไตร่ตรองดูด้วยความรอบคอบแล้วก็จะทราบได้ว่าในทางกลับกันเขาผู้ที่สามารถบันดาลสิ่งดีงามต่าง ๆ ให้แก่เราได้ก็สามารถให้ความสูงเสียแก่เราได้เช่นเดียวกัน สิ่งที่ชีวิตมนุษย์ต้องการจริง ๆ แล้ว คือสิ่งใดลาภยศสรรเสริญกระนั้นหรือ ยิ่งไปกว่านั้นการยอมอาศัยความคุ้มครองของอำนาจจะทำลายจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ของเราลงโดยสิ้นเชิงถือเป็นการสิ้นสลายทางความคิดนั้นดูออกจะไม่คุ้มค่ากับการได้เกิดมาเป็นมนุษย์เอาเสียเลย สำหรับฉันแล้วยังได้คิดไปอีกว่าอำนาจจะทำลายตนเองในที่สุด แท้ที่จริงแล้วสิ่งใดก็ตามที่เราเฝ้าดูแลมีความผูกพันอย่างใกล้ชิดจะก่อให้เกิดความรักซ่อนเร้นในจิตใจจนไม่อยากทำลาย หากมนุษย์เราในโลกนี้เฝ้าผูกพันใกล้ชิดสนิทสนม เอื้ออาทรต่อกันสงครามคงไม่เกิดขึ้น โลกนี้คงมีแต่ความรัก

           เพื่อปากเพื่อท้องแล้วควสามเกรงกลัวต่อบาปที่เคยระลึกถึงบางครั้งก็ต้องละเลยไปเหมือนกัน พวกฉันจับกุ้งจับปลามากินเนื่องจากไม่มีแม้เศษสตางค์พอที่จะซื้อขนมนมเนยเหมือนเด็กที่อยู่ในตลาดหรืออยู่ในเมือง ความเกรงกลัวต่อบาปไม่สามารถหยุดพวกฉันจับกุ้งจับปลามากินได้ แม้จะถูกตำหนิติเตียนจากผู้คนในเมืองบางคนที่มาพบเห็นขอย้ำว่าเฉพาะบางคนเท่านั้นฉันไม่แน่ใจเหมือนว่าพวกเขากินอาหารกันหรือเปล่า ฉันยังคงเชื่อว่าการกินเป็นต้นเหตุของการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตประการหนึ่งไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือพืชผักก็ล้วนมีชีวิตมีสิทธิที่จะรักและหวงแหนชีวิตตนเอง หากเขายังกินอาหารเหมือนที่พวกฉันกินก็ถือได้ว่าเราต่างทำบาปด้วยกันไม่ควรตำหนิกันและหากสิ่งที่พวกเราต่างได้กระทำลงไปด้วยกันเป็นบาปพวกเราก็จะต้องร่วมกันชดใช้อย่างไม่อาจปฏิบัติเสธได้อาจบางทีไม่ได้เป็นผู้ลงมือฆ่าด้วยตนเอง แต่ก็เป็นต้นเหตุของการฆ่าอย่างน้อยก็ต้องรู้ว่าสิ่งที่ตนเองกินเข้าไปนั้นถูกผลาญชีวิตมา เหมือนกับสือแหวงที่เกี่ยวปล้นฆ่าผู้คนเอาทรัพย์สินเงินทองมามากมาย น้าละออเมียเสือแหวงก็รู้อยู่แต่ยังเอาทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้นไปใช้จ่ายสบายมือเป็นการกระทำที่เหมาะสมกระนั้นหรือ หากจะกล่าวถึงบาปตามความรู้สึกของฉันบางทีเด็กที่หลอกเอาเงินพ่อแม่สามีที่แอบเอาเงินไปหาความสุขส่วนตัวก็เป็นบาปการเอารัดเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ด้วยการค้าขายขูดรีด การเอาเงินมาออกดอกออกผลคิดอกเบี้ยจากเงินกู้ยืมมากเกินไปโดยอาศัยพื้นฐานจากความยากจนข้นแค้นของผู้อื่น หรือการช่วงชิงความยุติธรรมของผู้อื่นไปเป็นของตนเอง ตลอดจนการไม่กระทำหน้าที่ของตนให้สมกับหน้าที่เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมสร้างแต่หนทางที่จะทำให้ตนเองเจริญก้าวหน้าได้ประโยชน์ลาภยศสรรเสริญ สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นบาปหนักหนาแสนสาหัสเสียยิ่งกว่าและเป็นการสร้างบาปจากคามเดือดร้อนของผู้อื่น เป็นคนบาปที่ไม่ควรให้อภัยเป็นอย่างยิ่ง ถือเป็นคนบาปของสังคมบาปมากกว่าฉันจับกุ้งปลามากินหลายเท่านัก

           จะมีผู้ใดรู้บ้างว่าบางวันพวกฉันได้รับเศษสตางค์ที่พ่อแม่พอจะเจียดแบ่งให้บ้างก็นับว่าดีมากแล้ว รวบรวมเก็บเอาไว้เพื่อซื้อหนังสะติ๊กยิงผลไม้ที่อยู่สูง ๆ ปีนไม่ถึง หรือเก็บเอาไว้เที่ยวงานวัด หรือคืนที่มีหนังกลางแปลงมาฉายบ้าง ในบางครั้งเมื่อพวกเราทนไม่ไหวก็เอาสตางค์มารวมกันซื้อก๋วยเตี๋ยวได้สักชามสองชามแล้วแบ่งกันกินพอแก้อยาก สำหรับผู้อื่นการซื้อก๋วยเตี๋ยวกินนั้นอาจถือเป็นเรื่องธรรมดาเห็นแล้วอาจนึกเบื่อด้วยซ้ำ แต่พวกฉันสมัยนั้นการได้กินก๋วยเตี๋ยวถือเป็นเรื่องพิเศษมาก ๆ ทีเดียวถ้าจะเปรียบไปแล้วก็คงเหมือนเด็กในยุคนี้ที่ไม่เคยกินปิซซ่า หรือไก่ทอด แฮมเบอร์เกอร์ในฟาสฟู้ดแล้วมีโอกาสได้เข้าไปนั่งกินนั่นแหละ เด็กที่มีโอกาสกินเป็นประจำเห็นแล้วอาจจะน่าเบื่อสำหรับเด็กที่ไม่เคยเข้าไปกินเห็นแล้วก็อาจน้ำลายสออยากได้ลิ้มลอง ซึ่งแท้ที่จริงแล้วก๋วยเตี๋ยวน่าจะมีประโยชน์มากกว่าอาหารในฟาสฟู้ดมากนัก สำหรับฉันแล้วเย็นนี้แม่ตำน้ำพริกกะปิกินแกล้มกับปลาหมอไทยตัวงามที่เผาจนหอมนั่นแหละเป็นสิ่งที่น่าพอใจอย่างยิ่ง

           ผลจากความซุกซนชอบวิ่งเล่นไปในที่ต่าง ๆ เมื่อมีเวลาว่างร่างกายของพวกเราส่วนใหญ่จึงแข็งแรงบึกบึนทนแดดทนฝนได้เป็นอย่างดี เพื่อนหลายคนมีฉายานามที่แปลกแตกต่างกันไปอย่างเช่นวินัยมีชื่อเล่นว่า โก๊ะตามทรงผมและได้รับฉายาว่าโก๊ะขี้มูกมาก สมชายมีชื่อเล่นว่าดำและมีนิสัยห้าวหาญไม่เกรงกลัวผู้ใดถูกขนานฉายาว่า ดำควายเปลียว สำหรับสมศักดิ์ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับดำนั้นมีชื่อเล่นว่าขาวตามสีผิวถูกเรียกว่า ขาวขี้แย มีอยู่คนหนึ่งชื่อประวิทย์ เพื่อน ๆ เรียกว่าวิทย์ ต่อมามีฉายานามที่โด่งดังมากกว่า วิทย์วิ่งวัว บ้านของวิทย์อยู่บางช้างเป็นเพื่อที่น่ารักยิ้มเก่งรุปร่างสันทัดและวิ่งเร้วมากทั่วทั้งโรงเรียนไม่ว่าเด็กเล็กเด็กโตไม่มีผู้ใดวิ่งสู้วิทย์ได้เลย คุณครูประทีปได้จับวิทย์ฝึกซ้อมวิ่งอยู่เป็นประจำเพื่อนำไปแข่งกับโรงเรียนอื่นเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนส่วนใหญ่แล้วชัยชนะจะตกเป็นของวิทย็ พ่อแม่ภูมิใจและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักนับหน้าถือตาทั่วทั้งอำเภอวิทย์จึงจำเป็นต้องขยันหมั่นเพียรในการฝึกซ้อมอย่างหนักด้วยความเหน็ดเหนื่อยเพื่อรักษาชัยชนะของตนเองเอาไว้ทั้งเพื่อตนเองพ่อแม่ ครูอาจารย์และโรงเรียน เมื่อชื่อเสียงกระจายออกไปมีผู้มาขอท้าประลองฝีเท้าเป็นประจำการฝึกซ้อมก็จำเป็นต้องเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณจากการท้าประลองวิ่งเร็วนี้เอ.ต่อมาก็กลายเป็นการท้าเดิมพันกันด้วยเงิน บรรดาญาติพี่น้องและพวกพ้องทั้งหลายที่เชื่อในฝีเท้าของวิทย์จะรวบรวมเงินกันคอยวางเดิมพันกับพวกที่มาท้าแข็งขันวิ่งเร็วซึ่งชาวบ้านจะเรียกว่าวิ่งวัวหรือวิ่งงัว ดังนั้นการวิ่งวัวหรือวิ่งงัวจึงเป็นการวิ่งแข่งประลองความเร็วของคนนั่นเองมิใช่วิ่งแข่งกับวัว หรือเอาวัวมาวิ่งแข่งกัน ด้วยความอดทนขยันหมั่นฝึกฝนของวิทย์ทำให้ในกระเป๋าของหลายต่อหลายคนมีเงินเพิ่มขึ้นและในเวลาเดียวกันทำให้อีกหลายคนเงินหมดกระเป๋า หรือเหลือน้อยลงโดยมิได้เจตนาและแล้วก๊ฬาก็กลับกลายเป็นการพนันในที่สุดเมื่อเป็นเช่นนี้คุณครูประทีปที่เคยฝึกสอนให้วิทย์ด้วยความตั้งใจและเสียสละจึงต้องเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้นไม่อาจทนเป็นผู้ฝึกสอนให้วิทย์ได้อีก สำหรับผลตอบแทนที่วิทย์ได้รับฉันไม่รู้ว่าคุ้มค่าหรือเปล่า แต่ในวันนั้นวิทย์มีชื่อเสียงมากผู้คนตางอำเภอยังมาหามาทำความรู้จักได้สนิทสนมกับวิทย์และพ่อแม่พี่น้อง บางคนชวนไปวิ่งในต่างจังหวัดหลายแห่ง วิทย์วิ่งวัวใคร่ ๆ ต่างรู้จักแต่กับพวกฉันแล้ววิทย์ดูห่างเหินไปไม่มีเวลาได้ร่วมสนุกสนานกันเหมือนในขณะที่วิทย์ยังไม่มีชื่อเสียง พ่อแม่ของพวกฉันบางคนยังบังคับให้ลูกฝึกซ้อมวิ่งบ้างเข้าใจว่าคงต้องการชื่อเสียงให้ลูกและตนเองหรือบางทีอาจคิดว่าเป็นช่องทางหาเงินหนทางหนึ่งคงมิได้ปรารถนาให้ลูกวิ่งเพื่อสุขภาพแข็งแรงแต่อย่างใด

           วันหนึ่งอาใบเพื่อนของพ่อขับเรือโดยสารกลับจากอำเภอสองพี่น้องจังหวัดสุพรรณบุรีมาจอดส่งป้าหยิบลุงยังที่ท่าน้ำหน้าวัดแจ้งข่าวร้ายว่าวิทย์ประสบอุบัติเหตุจากการวิ่งวัวถึงขาหักพวกฉันทราบข่าวต่างเสียใจไปกับวิทย์ สำหรับวิทย์แล้วเขาคงเสียใจมากกว่าพวกฉันอีกหลายเท่านัก วิทย์ไม่สามารถเป็นนักวิ่งที่มีชื่อเสียงอีกแล้วมีผู้คนมากมายเสียดายที่วิทย์วิ่งไม่ได้ฉันไม่อาจทราบว่าพวกเขาเสียดายที่วิทย์วิ่งไม่ได้ฉันไม่อาจทราบว่าพวกเขาเสียดายในฝีเท้าหรือเสียดายที่วิทย์ไม่สามารถทำเงินให้กับพวกเขาอีกแล้ว ยังมีอีกหลายคนที่ดีใจในการบาดเจ็บของวิทย์ พวกเขาจะไดไร้คู่แข่งที่ยากจะเอาชนะเสียที ภายหลังต่อมาวิทย์ก็กลายเป็นวิทย์ธรรมดาที่เคยไม่ธรรมดามาชั่วระยะเวลาหนึ่ง คนที่เคยรู้จักมักคุ้นเริ่มหายไปและเริ่มไม่มีใครรู้จักมากขึ้น วิทย์จะทำใจได้หรือเปล่าหนอ สำหรับฉันและเพื่อน ๆ วิทย์ยังเป็นเพื่อนที่ดีเหมือนเดิม แม้ขณะที่วิทย์มีชื่อเสียงจะเหินห่างไปบ้าง นับจากวันนั้นมาถึงวันนี้เราจากกันนานเหลือเกินอยากรู้ว่าวิทย์อยู่ที่ใดพยายามถามหาข่าวคราวก็ไม่พบไม่เหมือนสมัยที่วิทย์เป็นนักวิ่งวัวชื่อดังจะตามหาตัวนั้นง่ายมากถามใครก็รู้จัก เดี๋ยวนี้วิทย์อยู่ไหนเพื่อนยังคิดถึงวิทย์กันทุกคน อยากให้เพื่อมานั่งล้อมวงคุยกันเหมือนวัยเด็กก็คงจะดี สำหรับเพื่อนแล้วย่อมคือเพื่อนตลอดกาล

ด้วยรักและผูกพัน

           เด็ก ๆ จะมีความรักความผูกพันกันอย่างลึกซึ้งด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์และรู้จักกันง่ายมากแม้จะอยู่ต่างบางต่างหมู่บ้านต่างตำบลต่างโรงเรียนก็จะมาร่วมเล่นหัวกันอย่างสนิทสนมไม่แบ่งพรรคแบ่งพวกไม่แบ่งโรงเรียน ร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือกันเป็นอย่างดีไอติมหนึ่งแท่งยังแบ่งกันกัดกินคนละคำ โดยเฉพาะออดยอดแสบมักจะมีส่วนขอกัดคำหนึ่งเสมอไม่ว่าใครซื้อไอติม ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีผู้ใดปฏิเสธเมื่อนึกถึงขนมที่ออดนำมาแบ่งกันกินหลังจากที่พระฉันเหลือแล้ว ไอติมสมัยนั้นเวลากัดกินไปหากพบว่าที่ไม้ไอติมมีสีแดงจะได้แถมอีกหนึ่งแท่งเป็นการสร้างแรงจูงใจให้อยากซื้อนับว่าเป็นการส่งเสริมการขายแบบหนึ่ง สาเหตุที่พวกเราเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่กันนั้นความจริงแล้วพ่อแม่ของพวกเราไม่ค่อยมีเวลามาสั่งสอนในเรื่องเหล่านี้มากนักแต่สภาพสังคมความเป็นอยู่เกื้อกูลทำให้เกิดสิ่งที่ดีงามนี้ขึ้นโดยธรรมชาติ อีกประการความอารีอารอบ การพึ่งพาอาศัยกันที่พ่อแม่ ลุง ป้า น้า อา เหล่าเพื่อนหมู่บ้านเดียวกันและต่างหมู่บ้านได้แสดงให้เห็นมาตั้งแต่เกิด แม้แต่การไปร่วมงานบุญงานกุศล งานรื่นเริงบันเทิงใจตลอดจนงานเทศกาลในต่างถิ่นไม่เคยมีเรื่องต้องทะเลาะเบาะแว้งกันไม่แบ่งพวกพ้องกลับถือเป็นการร่วมสร้างความสนุกสนานหรือสร้างบุญกุศลร่วมกันได้ทำความรู้จักมักคุ้นกันทำให้เกิดความรักความผูกพันหลายคนกลายเป็นเพื่อนสนิทกันหลายคู่แต่งงานกันไปในที่สุดก็มี สิ่งเหล่านี้นับว่าเป็นตัวอย่างที่ดีที่ทำให้พวกฉันทำตามฉันอยากมีตัวอย่างดี ๆ แบบนี้มาก ๆ ในหมู่บ้านในสังคม แต่หลังจากเวลาล่วงเลยมาครึ่งอายุคนสิ่งเหล่านี้ก็แปรเปลี่ยนไปความผูกพันของมนุษย์รู้สึกจะจืดจางลง สภาพสังคมก็เปลี่ยนแปลงไปน้ำใจที่มีให้แก่กันในวันนั้นก็เริ่มเลือนหายไปท้ายที่สุดก็อาจกลับกลายเป็นเห็นแก่ตัวเห็นแก่พวกพ้องมากจนเกินไปแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นจนลืมคิดถึงเพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมสังคมโลก สุดท้ายก็จะมีการแบ่งแยกกันอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น แบ่งหมู่บ้าน แบ่งตำบล แบ่งโรงเรียน แบ่งวัดวาอาราม แบ่งตลาด แบ่งคูคลอง ถนนหนทางแล้วแต่จะคิดได้ และการกระทำเหล่านี้ย่อมถูกเพาะเชื้อขึ้นมาทีละน้อยลุกลามไปสู่ลูกหลานกลายเป็นพื้นฐานทางความคิดของพวกเขาสืบต่อกันไปในที่สุด นักเรียน นักศึกษาต่างสถาบันจึงตีกันทำร้ายกัน และเลวร้ายถึงขนาดฆ่าผู้อยู่ต่างสถาบันที่ถือเป็นศัตรู ทั้งที่ไม่รู้จักกัน

           แท้ที่จริงแล้วโรงเรียนบ้านบางเลน วัดหนองช้างร้อง อนุบาลวัดยายร่ม สวนกุหลาบ ทุ่งก้างย่าง เตรียมอุดม มหาวชิราวุธ สงขลา อัสสัมชัญศรีราชา สระยายโสมวิทยา มงฟอร์ดเชียงใหม่ อุทัยพิทยาคม เตรียมทหาร มหาวิทยาลัยกรุงเทพ อ๊อกฟอร์ด เกษตรศาสตร์ จุฬา รามคำแหง แคมบริดส์ สุโขทัยธรรมาธิราช ช่างอุตสาหกรรม ช่างกล ธรรมศาสตร์ ช่างก่อสร้าง พณิชยกรรม ไม่ว่าจะเป็นสถาบันใดต่างล้วนเป็นสถาบันที่ดีทั้งสิ้นเป็นแหล่งให้ความรู้ ให้การศึกษาที่ควรแก่การเคารพรักแต่ไม่ควรยึดติดจนทำให้เกิดการแบ่งแยกเพราะสถาบันที่แท้จริงคือสถาบันมนุษย์ พวกเราจึงอยู่ในสถาบันเดียวกันทั้งสิ้นเป็นเพื่อนร่วมชาติร่วมโลก ร่วมเผชิญชีวิต และหากสืบสาวกันแล้วหลายชีวิตมาจากรากเง่าเดียวกันต้องมาทำลายกันเอง ในที่สุดแล้ว “สถาบันนิยม” ที่มีมากจนเกินไปจะสร้างความแตกแยกมากกว่าสร้างสรรค์สังคมส่วนรวม ความเป็นจริงแล้วแต่ละสถาบันล้วนมุ่งหวังสร้างคนให้เป็นคนดีมีความรู้ไม่ว่าจะมาจากสถาบันใด “ภูมิปัญญา” อยู่ที่แต่ละผู้คนเป็นสำคัญ ไม่มีผู้ใดรับรองได้ว่าผู้จบการศึกษาจากเคมบริดส์ จะเฉลียวฉลาดยอดเยี่ยมกว่าผู้ที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ต้องแยกวิชาความรู้กับความเฉลียวฉลาดคือปัญญาออกจากกัน ถึงเวลาที่จะต้องเลิกตั้งคำถามกันเสียทีว่า “คุณเรียนจบจากที่ไหน” “ลูกคุณล่ะเรียนอยู่ที่ใด” คำถามทำนองนี้ได้แสดงพื้นฐานทางความคิดของผู้ถามออกมาแล้ว

           ลุงโปรยบ้านปลายคลองถึงกับต้องทะเลาะเบาะแว้งกับลุงจำลองก็สืบเนื่องจากเมื่อร่ำสุราจนได้ที่ทีไรลุงโปรยมักจะพูดจาเสียงดังที่หน้าร้านของพ่อเสมอว่าลูกเรียนจบจากมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ซึ่งในขณะเดียวกันพี่สานลูกลุงจำลองไปเรียนในสายอาชีพลุงจำลองเข้าใจว่ากำลังถูกเยาะเย้ยดูถูกจึงเกิดการลงไม้ลงมือกันเดือดร้อนพ่อซึ่งเป็นเจ้าของร้านต้องทำหน้าที่กรรมการห้ามปรามทั้ง ๆ ที่ไม่อาจสรุปได้ว่าใครผิดใครถูก แต่อย่างน้อยพ่อเคยบอกฉันว่าการพูดความจริงเพื่อแฝงความโอ้อวดนั้นทำให้ผู้อื่นรู้สึกว่าเป็นการดูถูกเหยียดหยามได้เช่นกัน ฉันยังคงจำไว้ในสมองทั้งที่ไม่แน่ใจว่าฉลาดหรือเปล่า แต่ก็จะเก็บไว้สอนลูกสอนหลานต่อไป และด้วยความเป็นจริงแม้ลูกของพ่อหลายคนจะจบการศึกษาในระดับที่ไม่น้อยหน้าผู้อื่น และบางทีอาจเหนือกว่าผู้อื่นด้วยซ้ำไปแต่พ่อไม่เคยพูดถึงเลย แม่บอกว่าการที่ได้ส่งให้ลูกได้เล่าเรียนสูง ๆ นั้น เป็นเรื่องที่ภาคภูมิใจมากทีเดียวแต่ไม่จำเป็นต้องประกาศให้ผู้อื่นต้องมารับรู้ดอกจะเป็นการแสดงออกนอกำหน้าที่ทำให้ผู้อื่นซึ่งไม่มีโอกาสหรือมีแต่น้อยกว่ารู้สึกเสียใจและไม่ว่าจะจบการศึกษาสูงส่งสักเพียงใด หรือจากสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงสักเพียงใดก็ตามนั่นไม่ได้แสดงว่าเหนือกว่าผู้อื่นหรือยอดเยี่ยมกว่าผู้อื่นผลสำเร็จในการดำเนินชีวิตการทำให้ชีวิตมีความสุข โดยไม่เดือดร้อนผู้อื่นนั่นแหละคือความฉลาดที่สุด บางคนเป็นหมอ เป็นวิศวกร เป็นทนายความ เป็นตำรวจ เป็นทหาร มียศฐาบันดาศักดิ์มีเงินมีทองมากมายอาจรู้สึกมีความสุขในตำแหน่งหน้าที่ วัตถุสิ่งของ แต่จิตใจอาจไม่มีความสุขที่แท้จริงก็เป็นได้เนื่องจากสิ่งเหล่านั้นเป็นความสุขเทียมไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง หลวงพ่อทองดีก็เคยพูดให้ฟังเช่นนี้อยู่บ่อย ๆ ไม่แน่ใจว่าแม่ฟังมาจากหลวงพ่อทองดี หรือหลวงพ่อทองดีฟังมาจากแม่ บางทีอาจจะคิดเหมือนกันก็ได้

           การปล่อยวางเรื่องสถาบันลงบ้างจะนำมาซึ่งความร่วมแรงร่วมใจและสร้างความสัมพันธ์ในสถาบันมนุษย์ดังที่เคยเป็นเคยอยู่ในสมัยปู่ย่าตายายอีกครั้งหนึ่ง ดังเช่น ป้าใบเป็นตัวแทนของความช่วยเหลือร่วมแรงร่วมใจได้ดีผู้หนึ่งแกมีบ้านอยู่ข้างคลองท้ายวัดใกล้ ๆ กับบ้านลุงสมที่ชอบลงข่ายดักปลานั่นเอง ป้าใบทำกับข้าวและขนมเก่งทั้งยังอร่อยมากด้วย บ้านใดจัดงานบุญงานกุศลหากป้าใบไม่เจ็บป่วยถึงขนาดล้มหมอนนอนเสื่อ หรือมีธุระจำเป็นจริง ๆ  แกจะต้องไปทำหน้าที่แม่ครัวให้ทุกครั้ง ทุกคนติดใจในฝีมือของป้าใบมาก งานไหนขาดป้าใบไปช่วยทำอาหารงานจะดูกร่อยไปแม้อาหารจะอร่อยก็เหมือนไม่อร่อยเพราะทุกคนยึดติดในตัวป้าใบไปเสียแล้วไม่ใช่ติดใจรสอาหารจานเด็ดจากฝีมือป้าใบอย่างเดียวหากครัวใดขาดป้าใบก็เหมือนวงสุราขาดสุรา หรือเปรียบได้กับวงสุรามีสุราแต่ขาดปู่หงวน สุราก็ไร้รสชาดไปเหมือนกันเพราะปู่หงวนจะมีเรื่องราวต่าง ๆ มาเล่าให้ฟังได้ตลอดวันตลอดคืน บางครั้งจะเจือเรื่องสับปะโดกสับปะดนบ้างก็ไม่ว่ากัน ดังนั้นที่ไหนมีวงสุราที่นั่นต้องมีสุราและมีปู่หงวนจึงจะสมบูรณ์แบบ วันนั้นหลังจากที่เบิ้มกลับจากช่วยหลวงลุงนำเรือเพียวที่พายไปบิณฑบาตรเข้าเก็บใต้ถุนกุฎิและเช็ดเรือเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงชักชวนพวกเรามานั่งเล่นใต้ต้นมะกอกน้ำข้างฝั่งคลองซึ่งแยกมาจากแม่น้ำท่าจีนไม่ไกลนักนั่งกินขนมเม็ดขนุนที่หลวงลุงจำลองมอบให้เป็นรางวัลที่ช่วยเก็บและเช็ดเรือ ขนมหวานหมดเก็บมะกอกมากินกันอีกรู้สึกว่ามะกอกเปรี้ยวมาก เนื่องจากพวกเรากินขนมหวานก่อนแล้วมากินของเปรี้ยวตามทีหลังรสเปรี้ยวจึงเด่นชัดยิ่งขึ้นทำให้เข็ดฟันจริง ๆ ป้าใบพายเรืออีแปะลำเก่ามาจอดใต้ต้นไทรใหญ่มีรากระโยงระยางไปหมดซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แกบอกว่าจะมาตกปลาสลาดไปทำแกงเขียวหวาน พวกฉันมองเห็นป้าใบนั่งตกปลาด้วยความอดทนบางทีดูเหมือนกำลังทำสมาธิสายตาของแกแน่วนิ่งอยู่ที่สายเบ็ดนานพอควรจึงเห็นป้าใบวัดปลาสลาดหรือฉลาดซึ่งมีรูปร่างเหมือนปลากรายย่อส่วนแต่ไม่มีจุดขึ้นมา ป้าใบปลดปลาออกจากเบ็ดเสร็จแกเปลี่ยนเหยื่อหย่อนลงในน้ำด้วยความแคล่วคล่องชำนาญใช้ปลายคันเบ็ดตีน้ำในบางจังหวะรอเวลาด้วยความคาดหวังว่าปลาจะมาฉวยเหยื่อปลาหลายตัวสิ้นอิสรภาพจากเหยื่อที่ป้าใบปล่อยล่อไว้ เจ้าสลาดเหล่านั้นมุ่งหมายจะกัดกินผู้อื่นที่ถูกจับเป็นเหยื่อล่อตัวมันจึงกลับกลายเป็นเหยื่อของป้าใบในที่สุดชีวิตก็เป็นเช่นนี้ไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือคนถ้าขาดการใคร่ครวญที่ดีบางครั้งก้ตกเป็นเหยื่อบางครั้งก็เป็นผู้ฮุบเหยื่อ พวกฉันเรียกปลาฉลาดว่าปลาโง่ที่มาติดเบ็ดง่าย ๆ แต่เนื้อปลาฉลาดนี้นำมาทำทอดมัน หรือปลาเห็ด หรือทำเป็นลูกชิ้นแกงเขียวหวานอร่อยมาก บางคนว่าอร่อยกว่าปลากรายเสียอีกแต่ว่าตัวเล็กไปต้องใช้คราวละหลายตัวจึงจะพอแกง สำหรับฉันหากมีโอกาสเลือกแล้วฉันชอบปลากรายมากกว่าเนื้อละเอียดและมีกลิ่นหอม

           พวกฉันก็เป็นนักตกปลามือฉมังเหมือนกันส่วนใหญ่เวลาตกปลาจะได้ปลาคละเคล้ากันไปทั้ง ฉลาด แขยง ตะเพียน กะมัง หรือตะโกก และปลาอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่เหมือนป้าใบที่เลือกตกปลาฉลาดได้ครั้งละมาก ๆ เวลาป้าต้องการตกปลาฉลาดนาน ๆ จึงจะเห็นมีปลาชนิดอื่นหลงติดเบ็ดขึ้นมาสักตัว ซึ่งป้าแกก็จะปลดออกและปล่อยลงน้ำไปหากป้าใบเป็นผู้ชายฉันจะเรียกแกว่าพระสังข์ด้วยเหตุที่สามารถเรียกปลาได้พวกฉันเข้าใจว่าป้าใบจะต้องมีคาถาอาคมแน่ ๆ เพราะเห็นนั่งนิ่งทำสมาธิแถมยังเอาปลายคันเบ็ดตีน้ำเป็นจังหวะในบางครั้ง พรุ้งนี้ป้าใบทำแกงมาถวายพระพวกฉันจะต้องแอบถามคาถาอาคมให้ได้

           สิ่งที่พวกฉันได้รับถ่ายทอดจากป้าใบ แกบอกว่าเราอยู่ที่ไหนความพยายามจะต้องที่นั่น ถ้าเราไม่พยายามความสำเร็จก็จะไม่เกิด พวกฉันรู้สึกงงเคยได้ยินแต่ครูสอนว่า ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น แต่ป้าใบกลับมาบอกอีกอย่างแกคงจำผิด ๆ มาพูดให้เราฟังแล้วมันเกี่ยวอะไรกับการตกปลาฉลาดด้วย ถามคาถาไม่ต้องการให้สั่งสอน เจ้าเบี้ยวบ่นเสียงดังเนื่องจากเห็นว่าป้าใบไม่ยอมบอกคาถาพวกเราสักทีป้าใบคงกลัวพวกเราแย่งตกปลานั่นเอง ป้าใบมีความอดทนสูงและใจเย็นมากที่ไม่ดุด่าพวกเรายังคงพูดต่อไปว่า พวกเอ็งต้องหมั่นเป็นคนช่างสังเกตนิสัยปลา ปลาฉลาดเป็นปลาล่าเหยื่อชอบกินลูกกุ้งลูกปลาเป็น ๆ บางครั้งก็กินไส้เดือน เวลาหายใจจะมีฟองอากาศสองฟองผุดขึ้นมาชอบหากินอยู่ในระดับกลางน้ำไม่ได้อยู่ติดพื้นดินหรือลอยอยู่เหนือน้ำ ที่ป้าใช้ปลายคันเบ็ดตีน้ำนั้นเพื่อหลอกให้ปลาเข้าใจว่ามีการล่าเหยื่อเกิดขึ้นเมื่อได้ยินเสียงหรือรับรู้การสั่นสะเทือนจะได้ว่ายเข้ามาพบเหยื่อกุ้งที่เกี่ยวเบ็ดไว้แล้วเข้าฉวยต้องรีบวัดคันเบ็ดป้าไม่ได้มีคาถาใดดอก ป้าใบสอนพวกเราเสร็จแล้วแถมยังคุยอีกว่าเรื่องแบบนี้เป็นของธรรมดา ๆ เท่านั้นนับประสาอะไรกับปลาอะไรที่ว่ายอยู่ในน้ำแม้แต่ปลาที่อยู่ในดินก้นคลองยังเอามากินเสียเลยโดยไม่ต้องใช้เบ็ดสักคัน พวกฉันหัวเราะด้วยความขบขันปลาอะไรอยู่ใต้ดินก้นคลองซึ่งมีน้ำเกือบมิดหัวอย่างนี้ แหมป้านี่พอให้ความสำคัญเข้าหน่อยก็เห็นตนเองเป็นผู้วิเศษไปเสียแล้ว ป้าใบก็คุยโวโอ้อวดเป็นเหมือนกัน พวกฉันนินทาด้วยเสียงอันดัง ป้าใบมองพวกฉันด้วยสายตาประหลาดแต่ยังคงเห็นแววตาแห่งความเอ็นดูซ่อนเร้นอยู่ แกรับปากว่าเย็นนี้น้ำลดจะมาพิสูจน์ให้ดูพวกเราใจร้อนไม่อาจรอจนถึงเย็นอยากเห็นตอนนี้เลย ป้าใบแย้งว่าน้ำขึ้นสูงอย่างนี้แกนุ่งผ้าถุงลงดำน้ำไม่ค่อยถนัดพวกฉันเข้าใจว่าป้าใบจะบ่ายเบี่ยง ป้าใบจ้องหน้าพวกฉันด้วยสีหน้าราบเรียบคล้ายครูกำลังยืนสอนอยู่หน้าชั้นเรียน แกคงเข้าใจทะลุปรุโปร่งถึงจิตใจพวกฉันจึงชี้ให้เจ้าดำควายเปลี่ยวไปหยิบกระป๋องสังกะสีขนาดกลางที่ใช้ตักน้ำซักผ้าเช็ดเรือขึ้นมาสั่งให้ดำกระโดดลงไปในคลอง ดำผู้ห้าวหาญลุกขึ้นปลดตะขอกางเกงด้วยความเคยชินป้าใบตะโกนลั่น ไอ้ดำเอ็งโตจนป่านนี้แล้วยังแก้ผ้าอาบน้ำอีกหรือถ้าเอ็งแก้ผ้าลงน้ำข้าจะไม่สอนวิธีให้ ดำทำสายตาบ่งบอกถึงความเห็นอกเห็นใจป้าใบเป็นอย่างยิ่งแล้วบอกว่า โถป้าใบอายุปูนนี้แล้วไม่เห็นจะต้องมาอายฉันเลย ป้าใบสวนคำด้วยรอยยิ้ม ข้าไม่ได้อายโว้ยเอ็งสิควรจะอายไม่ว่า โตจนเป็นวัวเป็นควายแล้วยังมาทำบัดสีบัดเถลิงอุจาดนัยตา ป้าใบด่าเข้าให้ พวกฉันมองหน้ากันในความหมายที่ว่าถึงเวลาแล้วที่ควรจะเลิกแก้ผ้ากระโดดน้ำกันเสียที ทำไมก่อนหน้านี้พวกฉันถึงไม่เคยคิดว่าผู้อื่นเขาจะมองพวกฉันอย่างไรเราได้แต่มองดูพวกเดียวกันจนเห็นเป็นเรื่องธรรมดาจะทำสิ่งใดไม่ได้คิดถึงผู้อื่น ลืมคิดไปว่าผู้อื่นจะมีความรู้สึกเช่นไร เบิ้มซึ่งอยู่ใกล้ดำที่สุดใช้เท้ายันเจ้าดำตกลงไปในคลองเสียงตูมใหญ่ดำถือโอกาสว่ายน้ำอวดความสามารถเสียหนึ่งรอบแล้วรับกระป๋องที่โยนลงไปให้ป้าใบสั่งให้ดำน้ำโกยดินเลนก้นคลองมาให้เต็มกระป๋อง พวกฉันเข้าใจว่าป้าใบคงจะนำดินเลนมาเสกคาถาอาคมอีกเช่นเคยนั่นเป็นความเชื่อแสนงมงายที่ติดมาตั้งแต่เกิด แต่พวกฉันคิดผิดอีกแล้ว เมื่อดำโกยดินเลนขึ้นมาเต็มกระป๋องพอปิ่มน้ำ ป้าใบรับกระป๋องจากเจ้าดำแล้วใช้มือค่อย ๆ ปาดดินเลนออกทีละน้อยแต่ว่องไวพร้อมกับคอยยกปากกระป๋องให้พ้นน้ำไว้ พวกฉันเห็นปลาหลดลื่นไหลอยู่ในกระป๋องสามสี่ตัวแล้วป้าใบก็คว่ำกระป๋องปล่อยปลาหลดลงน้ำตามเดิม ป้าใบไม่ได้หลอกพวกฉัน เพียงแต่แกรู้ในสิ่งที่พวกฉันไม่รู้ แกเข้าใจในสิ่งที่พวกฉันไม่เข้าใจ ป้าใบทำในสิ่งที่พวกฉันไม่เคยทำ พวกฉันจึงเหมาเอาว่าแกกล่าวเกินความจริงหรือโกหกอวดอ้างพวกฉันผิดจริง ๆ ก็พวกฉันยังเป็นเด็กนี่นา ข้ออ้างซ้ำซากถูกนำมาใช้อยู่เสมอจนแสนจะน่าเบื่อ พวกฉันยังนึกเบื่อตนเองเลยในบางครั้ง เมื่อไรจะเลิกกล่าวอ้างเสียทีถ้าเป็นเด็กแล้วทำไมถึงต้องเลิกแก้ผ้าอาบน้ำในคลองด้วย

           ชีวิตพวกฉันก็มักเป็นเช่นนี้มีความสุขจากความเป็นอยู่ง่าย ๆ ไร้การแสแสร้ง ชีวิตแห่งท้องน้ำ ท้องทุ่งชนบทอุดมไปด้วยความบริสุทธิ์ไม่ว่าจะเป็นน้ำใจ หรืออากาศนับเป็นความได้เปรียบกว่าเมืองใหญ่เพียงประการเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่บ้าง พวกเราต้องพยายามไม่เป็นปลาสลาดที่หลงฮุบเหยื่อที่นำมาล่อง่าย ๆ ในเวลาเดียวกันก็ไม่ให้ถูกจับเป็นเหยื่อไว้ล่อผู้อื่น เพื่อหวังที่จะรักษาถิ่นกำเนิด ขนบธรรมเนียมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ประเพณีแห่งท้องถิ่นที่ดีงามเเอาไว้เป็นสายใยสืบสานให้ลูกหลานต่อไปในวันข้างหน้า เพื่อดำรงไว้ซึ่งสังคมแห่งความอบอุ่นสืบไปแม้จะถูกเรียกว่าสังคมบ้านนอกก็ตามที…เรารักชนบท

           ท่านอาจเป็นคนแรกที่อ่านเรื่องนี้จบ ทั้งที่ความจริงแล้วยังเขียนไม่จบ ขอให้ท่านช่วยเขียนบรรทัดต่อไปตามวิถีที่ท่านปรารถนา นับเป็นเรื่องสั้นของชีวิตหนึ่ง ที่ยากจะเขียนให้จบเสียจริง ๆ

 ด้วยความรัก และขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน 

 

ลัดนัน

ขอขอบคุณ
พ่อ แม่  ปู่ ย่า ตา ยาย
ที่ต่อสู้ชีวิตในชนบทอย่างไม่ย่อท้อ
ขอบคุณข้าวก้นบาตรพระจากหลวงลุงจุ๊นแห่งวัดบางช้างเหนือ
ขอบคุณครูอาจารย์ทุกคนที่พร่ำบ่นและต้องตี
ขอบคุณคุณครู ดร.ปรางค์ศรี พานิชกุล ที่เอื้ออารีย์ตลอดมา
ขอบคุณคุณครูกาญจนา ฯ ที่สอนให้รู้จักคุณค่าความเป็นไทย
ขอบคุณคุณครูสันติ คุณครูวิชัย คุณครูณรงค์
คุณครู.........อีกมากมายที่เมตตาพร่ำสอนด้วยความรัก
ขอบคุณคำสอนที่เคยได้รับจากทุกท่าน
ขอบคุณ แอ๊ด ผู้จากไปในน้ำใจไมตรีแสนดีที่มีให้เพื่อนต่างถิ่น 

 

..







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดสมุทรปราการ
เชิญส่งบทความ หรือกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม การออกค่ายอาสาพัฒนา บันทึกการเดินทาง ท่องเที่ยว ประสบการณ์ชีวิต เล่าเรื่องราว ประกาศคนหาย บอกบุญ ลงในเว็บไซต์ www.9anant.com หรือส่งตรงที่ webmaster@9anant.com