ReadyPlanet.com
dot
dot
หลานนารา
dot
bullet22 ต.ค.59
bullet27 ต.ค.59
bulletพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต
bulletค้นหาไปรษณีย์/EMS
bulletDictionary
dot
Inside 9anant
dot
bulletห้องแสดงอารมณ์ของผม
bulletบ้านคนรักสุนทราภรณ์
dot
บทความ
dot
bulletสงคราม ไม้เรียว และเพื่อน
bulletเขาหาว่าผมหลบหนีสังคม
bulletสังคมไร้คุณธรรม
bulletทำบุญเข้าพรรษา
bulletจดหมายถึงส้ม
bulletฤๅว่าชู้สาว
bulletเด็กแนว ตอนที่ ๑
bulletเด็กแนว ตอนที่ ๒
bulletคำนึงอดีต ภาค ๑
bulletคำนึงอดีต ภาค ๒
bulletคำนึงอดีต ภาค ๓
dot
ไดอารี่ที่เปิดเผย
dot
bulletเม็ดทรายที่ก้นอ่าว
bulletมุมมืดแห่งทะเลน้ำใจ
bulletเด็ก กับ วัด
bullet เธอชื่อ.......สายฝน
bulletบุญพาไป
bulletแด่แม่ใน้ผู้จากไป
dot
ภาพ-คลิปท่องเที่ยว
dot
bulletอัมพวาสมุทรสงคราม
bulletเมืองสุพรรณยันสามชุก
bulletภาพเที่ยวเมืองโบราณ
bulletรวมคลิปอยากให้ดู
bulletบ้านลัดนัน
bulletเพื่อนแท้
bulletบีม บอส บิว
bulletความทรงจำ
bulletอัลบั้มรวม
dot
คลิปขนมไทย
dot
bulletวิธีทำลูกชุบ
bulletฝอยทอง
bulletขนมสัมปันนี
bulletขนมครก
bulletขนมถ้วย
bulletขนมต้มใบเตย
bulletขนมต้มขาว
bulletขนมชั้น
dot
VDO น้ำพริก
dot
bulletน้ำพริกนครบาล
bulletน้ำพริกกะปิ
bulletน้ำพริกมะขามสด
bulletน้ำพริกมะม่วง มะดัน
bulletน้ำพริกกระท้อน
bulletน้ำพริกปลาย่างแมงดา
bulletน้ำพริกพริกไทยสด
bulletน้ำพริกไข่ปูทะเล
bulletน้ำพริกลงเรือ
bulletน้ำพริกอ่อง
bulletน้ำพริกเต้าเจี้ยว
dot
ราชการ
dot
bulletตรวจสลากล็อตเตอรี่
bulletราคาประเมิน
bulletสำนักงาน กพ.
dot
Oldies Music Video
dot
bulletNeil Young, Eagle Live
bulletEric Clapton/BB King
bulletGrand Funk/Deep purple
bulletThe Venture / Cliff Richard
bulletOldies Song
bulletBlue Brathers
bulletBlue Brathers
bulletJim Reeves/Garth Brooks
bulletBB King /Eric Clapton
dot
พักผ่อนหย่อนใจ
dot
bulletเที่ยวไปกับ ขสมก.
bulletศูนย์ฯ ฝึกอบรมทองผาภูมิ
bulletการเท่องเที่ยว (ท.ท.ท.)
bulletเที่ยวกับการรถไฟ
bulletท่องเที่ยวตกปลา
dot
กีฬา
dot
bulletผลฟุตบอลวันนี้
bulletHotleague
bulletสยามสปอร์ต
bulletอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์
dot
อ่านหนังสือพิมพ์
dot
bulletHot News Sanook
bulletT News
bulletรวมลิงค์ข่าว
bullet27 ต.ค.59
dot
Newsletter

dot


เล่าเรื่องเที่ยวแบบง่าย ๆ สไตล์ของคุุณเอง
พาเที่ยวตลาดน้ำ ในประเทศไทย
ร้านอาหารประทับใจ
ตลาดน่าเที่ยวทั่วไทย
คบกันมาสี่สิบกว่าปีมิตรภาพมากมายที่ควรแก่การจดจำ
มิตรภาพชีวิตใน อผศ.


เจดีย์ยุทธหัตถีอยู่ที่ไหนกันแน่

 

เจดีย์ยุทธหัตถี ตั้งอยู่ที่ไหนกันแน่

 


โดย..ผู้ช่วยศาสตราจารย์กาญจนี ละอองศรี 

           เจดีย์ยุทธหัตถี คือ เจดีย์ที่ก่อขึ้นเพื่อระลึกถึงวีรกรรมการชนช้างของสมเด็จพระนเรศวร พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยากับพระมหาอุปราช แม่ทัพพม่าที่ยกทัพเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ. 2135 โดยพระมหาอุปราชยกทัพเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ กาญจนบุรี สมเด็จพระนเรศวรยกทัพออกไปต้านทัพพม่าที่หนองสาหร่าย เมืองสุพรรณบุรี ทั้งสองพระองค์ขับช้างทรงชนกัน พระมหาอุปราชเสียทีถูกสมเด็จพระนเรศวรฟันด้วยของ้าวจนสิ้นพระชนม์ กองทัพพม่ายกทัพกลับไปพร้อมพระศพพระมหาอุปราช สมเด็จพระนเรศวรมีชัยชนะในสงครามยุทธหัตถีครั้งนั้น พระเกียรติยศเป็นที่เลื่องลือ ซึ่งในหนังสือพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ได้ระบุข้อความเกี่ยวกับวีรกรรมครั้งนั้นว่า สมเด็จพระนเรศวรโปรดให้ก่อพระเจดีย์ขึ้นองค์หนึ่งตรงที่พระองค์ได้ทรงชนช้างกับพระมหาอุปราชไว้เพื่อเฉลิมพระเกียรติ
เจดีย์ยุทธหัตถีอยู่ที่ดอนเจดีย์  สุพรรณบุรี
           จุดเริ่มเรื่อง – สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดาแห่งวิชาประวัติศาสตร์ไทย ขณะดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ทรงสอบข้อความในหนังสือพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ กับพระราชพงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ จึงได้วินิจฉัยว่าสถานที่ชนช้างเรียกว่า หนองสาหร่าย สถานที่ตั้งค่ายของพระมหาอุปราชเรียกว่า ตระพังตรุ สถานที่ทั้งสองแห่งอยู่ในเมืองสุพรรณบุรี จากนั้นทรงมอบหมายให้พระยาสุพรรณ (อี๋  กรรณสูตร) เจ้าเมืองสุพรรณในขณะนั้น ออกสืบหาจนพบเจดีย์โบราณตรงที่ชาวบ้านเรียกว่า ดอนพระเจดีย์ ที่ตำบลหนองสาหร่าย และผู้ใหญ่บ้านก็เล่าว่า เป็นเจดีย์ที่พระนเรศวรทรงชนช้างกับพระมหาอุปราช ขณะที่พบเจดีย์หักพังหมดแล้วไม่เหลือรูปพรรณสัณฐาน คงมีแต่ฐานทักษิณสี่เหลี่ยมสามชั้นเท่านั้น เมื่อสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จตรวจราชการที่เมืองสุพรรณ ทอดพระเนตรแล้วก็ทรงเชื่อว่าเป็นเจดีย์ยุทธหัตถี จึงทรงกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เสด็จพระราชดำเนินสักการะองค์พระเจดีย์ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2456
           ระหว่างการเสด็จครั้งนั้น รัชกาลที่ 6 ทรงสำรวจเส้นทางเดินทัพ ตลอดจนที่ตั้งค่ายของพระมหาอุปราชตามข้อวินิจฉัยของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และทรงเห็นพ้องด้วยว่าเจดีย์ที่ดอนเจดีย์คือเจดีย์ยุทธหัตถี พร้อมกับทรงบันทึกการเดินทางสำรวจครั้งนี้และข้อวินิจฉัยของพระองค์ไว้ในจดหมายเหตุรายวัน จากนั้นโปรดให้จัดพระราชพิธีบวงสรวงสมโภชพระเจดีย์  โดยพระองค์ทรงนิพนธ์คำประกาศดุษฎีสังเวยขึ้นเพื่อพระราชพิธีนี้โดยเฉพาะ ว่าด้วยการสรรเสริญพระราชกรณียกิจในการยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวร  เพื่อทรงมุ่งให้พระเจดีย์องค์นี้และพิธีกรรมนี้เป็นเครื่องจูงใจให้คนไทยรักชาติ  ศาสนา และพระมหากษัตริย์  เสร็จสิ้นพิธีกรรมนี้แล้วพระองค์ทรงมีพระราชดำริให้บูรณะพระเจดีย์องค์นี้โดยสร้างพระเจดีย์องค์ใหม่ครอบองค์เก่า เจ้าพระยาธรรมาธิกรณ์ เสนาบดีกระทรวงมุรธาธรซึ่งดูแลรับผิดชอบกรมศิลปากรในเวลานั้น กราบทูลเสนอแบบพระเจดีย์ใหม่ที่จะสร้างครอบ  เป็นเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณท์   คำนวณงบประมาณในการสร้าง 1,902,500 บาท  แต่ปรากฏว่ากระทรวงการคลังไม่มีงบประมาณเพียงพอ จึงต้องชะลอการก่อสร้างไว้ก่อน จนสิ้นรัชกาลโครงการนี้ก็เงียบไป
          กระแสการรื้อฟื้นการบูรณะด้วยการสร้างพระเจดีย์องค์ใหม่ครอบเจดีย์องค์เก่าที่ดอนเจดีย์เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงครามสมัยที่ 2 เพื่อปลุกเร้าให้ผู้คนเกิดความสำนึกร่วมในชุมชนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่ 2  ดังนั้นใน พ.ศ. 2495 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กรมศิลปากรรับผิดชอบในการบูรณะพระเจดีย์ที่ดอนเจดีย์ นายตรี อมาตยกุล ได้รับมอบหมายให้คิดค้นแบบโดยได้เสนอแบบเป็นเจดีย์ทรงกลมองค์ระฆังแบบลังกา เนื่องจากร่องรอยฐานเจดีย์เก่าเป็นทรงสี่เหลี่ยมไม่ย่อมุม การก่อสร้างเริ่มขึ้นใน พ.ศ.2498 แล้วเสร็จในวันที่ 25 มกราคม 2502 ใช้งบประมาณก่อสร้าง 7 ล้านบาท นอกจากบูรณะพระเจดีย์ที่ดอนเจดีย์แล้วยังมีการปรับพื้นที่รอบองค์พระเจดีย์ซึ่งมีสภาพเป็นป่าโปร่งไม่มีหมู่บ้าน ให้กลายเป็นชุมชนแห่งใหม่ จึงมีการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรประทับช้างทรงยุทธหัตถีอยู่ตรงด้านหน้าพระเจดีย์องค์ใหม่ ภายในพระเจดีย์มีการเขียนภาพสีน้ำมันแสดงพระราชประวัติสมเด็จพระนเรศวรประดับโดยรอบ นอกจากนั้นได้มีการสร้างวัดแห่งใหม่ให้เป็นศูนย์กลางของชุมชนและตั้งชื่อว่า วัดดอนเจดีย์   สร้างพระประธานภายในวัดเป็นพระพุทธรูปสมัยอู่ทองเพื่อเชื่อมโยงกับพระเจ้าอู่ทอง มีการสร้างโรงเรียน สร้างตลาด ขุดสระน้ำ และตัดถนนจากอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม และจากอำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรีมาสู่องค์พระเจดีย์แห่งนี้ ต่อมาชุมชนแห่งนี้ได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอดอนเจดีย์ ใน พ.ศ. 2505
          เมื่อการบูรณะพระเจดีย์และการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์เสร็จเรียบร้อย กระทรวงกลาโหมกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ เสด็จพระราชดำเนินเปิดงาน  และรัฐบาลถือเอาวันที่ 25 มกราคมของทุกๆปีเป็นวันกองทัพบก  (ปัจจุบันวันกองทัพบกเปลี่ยนไปเป็นวันที่ 18 มกราคมของทุกๆ ปีแล้ว เพราะนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ได้สืบค้นหลักฐานใหม่จากฝ่ายพม่า) นับเป็นวันสำคัญของชาติ และจะทำพิธีบวงสรวงในวันดังกล่าว เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมอันเป็นชัยชนะของพระมหากษัตริย์ผู้ปกป้องผืนแผ่นดินสยามไว้ นับจาก พ.ศ. 2525 อันเป็นปีสมโภชกรุงเทพฯครบ 200 ปีเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันในการจัดพิธีบวงสรวงจะมีการแสดงละครประวัติศาสตร์อย่างยิ่งใหญ่ และอลังการประกอบพิธีด้วย โดยแสดงให้เห็นถึงภาพการเดินทัพ และการจำลองเหตุการณ์ยุทธหัตถี การแสดงนี้ทั้งเพื่อความสนุกสนาน เพื่อความรู้ประวัติศาสตร์ และยังเพื่อการปลุกเร้าอารมณ์และสร้างกระแสจิตสำนึกความรักชาติ รักสถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อถึงสมัยที่นายบรรหาร  ศิลปอาชา เป็นผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี และได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้พัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีมากมาย ได้พัฒนาชุมชนดอนเจดีย์ด้วยการปรับและขยายถนนจากตัวเมืองไปดอนเจดีย์เป็นถนนคอนกรีต 4 ช่องทางจราจร สร้างทัศนียภาพแวดล้อมอนุสาวรีย์แห่งนี้ให้ดูเด่น สง่างาม  จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดสุพรรณบุรี และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดที่คนรุ่นปัจจุบันเรียกขานแบบง่ายๆ ว่า อนุสรณ์ดอนเจดีย์
           สรุปแล้ว การชี้ว่าวีรกรรมการยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรในปีพ.ศ. 2135 อยู่ที่อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรีนั้นเป็นพระวินิจฉัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่เกิดขึ้นในปีพ.ศ. 2456 โดยทรงยอมรับตามข้อสันนิษฐานของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ นับแต่นั้นมาผู้คนส่วนใหญ่ยอมรับว่านี้คือข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ การสานต่อด้วยการบูรณะเจดีย์ และมีการสร้างชุมชนด้วยการสร้างวัด การตัดถนน ที่เริ่มขึ้นสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ตลอดจนการทำพิธีการบวงสรวง การจัดแสดงละครทางประวัติศาสตร์ นับวันจะทำให้ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสถานที่ยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรดูจะเป็นความจริงแท้แน่นอน
ข้อเสนอใหม่  : เจดีย์ยุทธหัตถีตั้งอยู่ที่ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี
           ในปีพ.ศ. 2515 ได้มีกระแสโต้จากกลุ่มผู้นำท้องถิ่นในจังหวัดกาญจนบุรี โดยได้ร่วมมือกับนักวิชาการ นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ ร่วมกันเขียนบทความ จัดอภิปรายและใช้สื่อมวลชน หนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ นำเสนอที่ตั้งเจดีย์ยุทธหัตถีแห่งใหม่ที่ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี การโต้แย้งกันในเรื่องนี้ใช้เวลานานถึง 5 ปีเต็ม
            จุดเริ่มเรื่อง มีเรื่องเล่าขานสืบทอดกันมาไม่ต่ำกว่า 100 ปีในหมู่ชาวบ้านในตำบลดอนเจดีย์ และตำบลใกล้เคียงในอำเภอพนมทวน ว่าเจดีย์ที่อยู่ในตำบลดอนเจดีย์นี้เป็นเจดีย์ชนช้างของบุคคลสำคัญ โดยผู้เริ่มกระจายความเชื่อนี้ออกจากท้องถิ่นคือ กำนันชุบ บุญชนะวงศ์ กำนันตำบลบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ผู้มีบ้านเดิมอยู่ที่ทุ่งสมอติดกับตำบลดอนเจดีย์ กำนันชุบนำข้อมูลนี้ไปบอกเล่าถวายพระสาสนโสภณ เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวรวิหาร เมื่อปีพ.ศ. 2505 (ปัจจุบันคือ สมเด็จพระญาณสังวรสกลมหาสังฆปรินายก สมเด็จพระสังฆราช) ในฐานะที่พระองค์เป็นชาวเมืองกาญจนบุรี  โดยกำนันชุบอ้างถึงขุนกัลยาวุฒิ (พร้อม สาระศลิน) กรรมการจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของกำนัน และเป็นผู้เล่าเรื่องนี้เป็นคนแรกให้กำนันชุบฟังว่า เมื่อครั้งขุนกัลยาวุฒิรับราชการเป็นรองผู้กำกับลูกเสือในปลายสมัยรัชกาลที่ 5 พระยากาญจนบุรี (นุช) เมื่อครั้งได้รับคำสั่งสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพให้ค้นหาเจดีย์ยุทธหัตถีที่ตระพังตรุ พระยากาญจนบุรีได้รายงานกลับไปว่าไม่พบ เพราะไม่ต้องการจัดการรับเสด็จเพราะกลัวเหนื่อย กำนันชุบยังอ้างว่า ขุนกัลยาวุฒิเองเป็นคนแรกที่วิจารณ์ความน่าเชื่อถือของพระราชพงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ว่าเป็นสิ่งที่ทำขึ้นเพื่อให้มีเรื่องชนช้างที่หนองสาหร่าย ทำให้การค้นพบเจดีย์ยุทธหัตถีที่สุพรรณบุรีจึงเป็นการเอาใจเจ้านายส่วนกลางของพระยาสุพรรณ (อี๋ กรรณสูตร ) เสียมากกว่า
            ช่วงเวลาตั้งแต่ พ.ศ. 2507-2515 กว่า 8 ปี กำนันชุบอ้างว่าได้รวบรวมหลักฐานต่างๆ เพื่อพิสูจน์ว่า ที่ตั้งเจดีย์ยุทธหัตถีอยู่ที่ จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งได้เชิญคณะบุคคลสำคัญระดับสำนักพระราชวัง พระภิกษุ นักวิชาการ ไปร่วมสังเกตลักษณะองค์เจดีย์และจัดพิธีบวงสรวง ต่อมาในวันที่ 20 สิงหาคม 2515 บุคคลเหล่านี้ได้กราบบังคมทูลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิรินธร และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ (พระยศขณะนั้น) เสด็จทอดพระเนตรองค์เจดีย์ ขณะเดียวกันคณะนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ และนักวิชาการท้องถิ่นยังได้เชิญหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ เช่น สยามรัฐ เดลินิวส์ หนังสือพิมพ์ประชาธิปไตย และเชิญนายแพทย์สิน ภังคานนท์  ชาวเมืองกาญจนบุรีให้ช่วยกันเขียนบทความสนับสนุนว่าเจดีย์ยุทธหัตถีตั้งอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อข่าวแพร่ออกไปจึงมีประชาชนทั่วไปเดินทางมาร่วมศึกษาและวิจารณ์ จนเกิดมีข้อเขียนข้อวิจารณ์กันยกใหญ่ ถึงขนาดเสนอให้ย้ายอนุสรณ์ดอนเจดีย์จากจังหวัดสุพรรณบุรีมาอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี
             เหตุผลเชิงวิชาการที่กลุ่มนี้นำมาใช้เป็นเหตุผลคือ พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา 3 ฉบับ ได้แก่ ฉบับจักรพรรดิพงศ์ (จาด) ฉบับพันจันทนุมาศ และฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ ต่างระบุตรงกันว่า สถานที่ที่สมเด็จพระนเรศวรทรงสร้างพระเจดีย์อยู่ที่ตระพังตรุ ซึ่งเป็นตำบลที่เคยอยู่ในเขตจังหวัดสุพรรณบุรี  แต่ต่อมาถูกย้ายมาขึ้นกับจังหวัดกาญจนบุรี  ในพื้นที่ตระพังตรุมีเจดีย์เก่าอยู่หลายองค์ แต่ที่ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอพนมทวน เป็นแห่งเดียวที่มีประวัติศาสตร์อันเกิดจากชาวบ้านเล่าสืบทอดกันมาว่า "เป็นเจดีย์ชนช้าง" ขณะที่ข้อมูลของฝ่ายที่เชื่อว่าเจดีย์ยุทธหัตถีอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรีนั้นยึดถือแต่พระราชพงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ฉบับเดียวที่ระบุว่า สถานที่ชนช้างอยู่ที่หนองสาหร่าย ทำให้สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพมุ่งให้พระยาสุพรรณสำรวจเจดีย์ที่แห่งนี้ และเชื่อตามคำบอกเล่าของผู้ใหญ่บ้านว่าเป็นเจดีย์ยุทธหัตถี
              ฝ่ายที่เชื่อว่าเจดีย์ยุทธหัตถีอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี ยังตั้งข้อสังเกตว่าที่ตั้งของดอนเจดีย์ที่สุพรรณบุรีอยู่ขึ้นไปทางทิศเหนือไม่สอดคล้องกับเส้นทางเดินทัพของฝ่ายพม่าที่เข้ามาทางกาญจนบุรีและเส้นทางเดินทัพไปตั้งรับของฝ่ายกรุงศรีอยุธยา นอกจากนั้นยังอ้างว่าชาวบ้านขุดพบเครื่องศาตราวุธ กระดูกสัตว์ กระดูกคนที่บริเวณตระพังตรุ และชาวบ้านยังเห็นดวงวิญญาณที่ตายไปแล้วอยู่บ่อยๆ จึงเชื่อว่าพื้นที่ตรงนี้น่าจะเป็นสนามรบมาก่อน ฝ่ายที่เชื่อว่าเจดีย์ยุทธหัตถีอยู่ที่สุพรรณบุรีก็อ้างว่าขุดพบอาวุธโบราณในบริเวณใกล้เคียงเจดีย์ที่ดอนเจดีย์  และฝ่ายนี้ยังนำฉากบางฉากที่ปรากฏอยู่ในลิลิตตะเลงพ่าย พระนิพนธ์สมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ครั้งรัชกาลที่ 2 เช่น ต้นข่อย จอมปลวก อันเป็นจุดที่พระมหาอุปราชพักช้างทรงอยู่ก่อนการรบ มาพิสูจน์ว่าพบต้นข่อย และจอมปลวกในพื้นที่ตำบลหนองสาหร่าย
             การโต้แย้งกันของทั้งสองฝ่ายทวีความรุนแรง โดยมีการจัดอภิปรายกันหลายครั้ง ทั้งกรมประชาสัมพันธ์ สมาคมท้องถิ่น นักการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจ และกลุ่มทหารก็เข้ามาร่วมโดยปกป้องว่าพระวินิจฉัยของรัชกาลที่ 6 และสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพถูกต้องแล้ว
ผู้ยุติเรื่องที่ตั้งเจดีย์ยุทธหัตถี
             ในที่สุดกลุ่มมหาดเล็กในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว นำโดยจมื่นอมรดรุณารักษ์ (แจ่ม สุนทรเวช) ได้ออกมาแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบกลุ่มกาญจนบุรีว่า เรื่องเจดีย์ยุทธหัตถีอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นพระราชวินิจฉัยของรัชกาลที่ 6 โดยอ้างถึงเหตุการณ์ตอนเสด็จพระราชดำเนินในพิธีบวงสรวงพระเจดีย์ที่ดอนเจดีย์  พวกตนในฐานะผู้จงรักภักดีต้องตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณต่อสถาบันพระมหากษัตริย์จึงขอยืนยันความถูกต้องเรื่องนี้  เหตุผลที่คนกลุ่มนี้ยกมาเพื่อยุติการโต้แย้งที่เกิดขึ้นนานถึง 5 ปี ก็คือ "ทางชาติบ้านเมืองเรา ก่อสร้างพระอนุสาวรีย์ของพระนเรศวรไว้เคารพสักการะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบันเสด็จเปิดพระเจดีย์มาแล้ว การแปรเปลี่ยนเอาเจดีย์ไปไว้ที่อื่นให้ผิดไปจึงไม่เห็นด้วย และชาติบ้านเมืองเวลานี้ต้องการความสามัคคีเป็นใหญ่ จึงควรยุติเรื่องลงได้แล้วว่า พระเจดีย์ควรอยู่ที่ตำบลหนองสาหร่าย ตามที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชวินิจฉัยไว้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบันก็ทรงรับรอง จึงเสด็จไปกระทำพิธีอย่างหนึ่ง รัฐบาลของเราก็รับรองไปสร้างอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรอย่างหนึ่ง ไม่ควรมีคนคิดจะยกเอาไปไว้ที่อื่น ถ้าหากว่ามีคนหาญกล้าจะทะนงทำอย่างนั้น ผมเห็นว่ามันจะเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" คำอภิปรายของจมื่นอมรดรุณารักษ์เมื่อ 3 มีนาคม 2516 กรมประชาสัมพันธ์ได้พิมพ์คำบรรยายนี้ใน จมื่นดรุณารักษ์ (แจ่ม สุนทรเวช)พระราชกรณียกิจสำคัญในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องอนุสรณ์ดอนเจดีย์พระนเรศวร(กรุงเทพ:คุรุสภา 2520)
             การยุติเรื่องที่ตั้งเจดีย์ยุทธหัตถีของกลุ่มมหาดเล็กในรัชกาลที่ 6 โดยยกเรื่องความสามัคคีในชาติ ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทำให้การสืบค้นเรื่องในเชิงวิชาการด้านประวัติศาสตร์ และโบราณคดีเป็นอันต้องยุติลงอย่างน่าเสียดาย

 

 




ไดอารี่

.
ต้อยติ่ง
ช่วยเหลือแบ่งปัน ที่เขาเรียกกันว่า share
บริษัทเผาศพ จำกัด 1 article
บริษัทเผาศพ จำกัด 2 article
คุณหยุดทำงานเป็นวัวเป็นควายแล้วหรือยัง ?
ภาวะผู้ตาม (Followship)
๕ สุดยอดวิชาขันที
คุณยายแม้น ผู้เสียสละ article
วันเกิด article
ลูกผู้ชายชื่อไอ้ต๋อง
เจ็บเล็ก ๆ ที่ลึกล้ำ
"เพื่อน" (ภาค 1) article
เพื่อน (ภาค 2) article
ลักษณะผู้นำ ดี - เลว article
คนกับช้าง article
สิ่งต่าง ๆ ไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นเสมอไป article
คืนสู่ธรรมชาติ article
ชาว อผศ.เพื่อนเราได้รางวัล
ผู้มีบารมีตัวจริง
สังคมไร้ระเบียบ
‘วาเด็ง ปูเต๊ะ’ พระสหายแห่งสายบุรี article
อุปสรรคมีให้ก้าวข้ามไป article
ความเป็นธรรมในสังคม article
ร้องคาราโอเกะไม่ใช้เครื่องเสียง
เปลี่ยนชื่อผู้ใช้ใน facebook และ Hotmail
facebook กับผม
สไลด์วิดีโอ ง่ายนิดเดียว
PowerPoint ที่น่าเบื่อของคุณ
ทำกรอบรูปวิทยาศาสตร์ไม่ใช้เรซิ่น
รักอ่าน article
เรื่องผีชวนขนหัวลุก
เลขเด็ด article
งูพิษ article
อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ article
กฎหมายกับความรัก article
โจนาธาน ลิฟวิงสตัน นางนวล article
หลานนารา 27 ต.ค.59
นิราศเมืองแกลง
นิราศภูเขาทอง
นอนโลงศพ
อึดอัดใจในการทำงาน
ตรวจเยี่ยม
ปํญหาขี้หมูไหลการใช้เน็ต
คิดอย่างไรเขียนไปอย่างนั้น
สำนึก ในจิตสำนึก
คุณรักประเทศไทยไหมครับ
ตลาดปากน้ำ ถึงซูชิ
พระให้พรตอนใส่บาตร
ลมเพลมพัด
ขั้นเทพ
ขอบคุณครับ
รปภ.
มือใหม่หัดใช้กล้อง
หนังสือที่อ่านไม่จบ
จุงเบย
หัดใช้กล้องถ่ายรูป
บันทึกแรกหลังเกษียณ
คลิปสังสรรก่อนเกษียณ
วิธีเลี้ยงลูกให้เป็นคนดี
กอล์ฟที่เขาว่าสุดยอด
แฟลชไดร์วิเศษ
ทำจึงเลิกใช้ ฃ และ ฅ
เมื่อเราใช้ลมหายใจเดียวกัน
เผยเด็กไทยจำเก่งคิดไม่เป็น
พระพิเรนทร์ article



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดสมุทรปราการ
เชิญส่งบทความ หรือกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม การออกค่ายอาสาพัฒนา บันทึกการเดินทาง ท่องเที่ยว ประสบการณ์ชีวิต เล่าเรื่องราว ประกาศคนหาย บอกบุญ ลงในเว็บไซต์ www.9anant.com หรือส่งตรงที่ webmaster@9anant.com